Exclusive Markets เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ต่างประเทศที่จดทะเบียนในชื่อ Exclusive Markets Ltd ภายใต้การกำกับดูแลของ Seychelles Financial Services Authority (FSA Seychelles) ก่อตั้งประมาณปี 2018 มีทีมงานสายการเงินที่เคลมว่ามีประสบการณ์รวมกันมากกว่า 30 ปี และให้บริการเทรดมากกว่า 5,000 สัญญา ในสินทรัพย์ 9 ประเภท ผ่านแพลตฟอร์ม MT4 / MT5 ครบทั้ง Forex, โลหะ, ดัชนี, หุ้น, ETF, สินค้าโภคภัณฑ์, Futures และคริปโต ฯลฯ
โบรกเกอร์นี้ถือว่าเป็น “หน้าใหม่” ในไทย (เริ่มทำตลาดไทยช่วงปี 2023) แต่มีการขยับตัวชัดเจน เช่น มีเว็บไซต์ภาษาไทย ระบบฝากเงินผ่าน THAI QR Payment และโปรแกรมกองทุน/ฟันด์โปรแกรมของตัวเองสำหรับสายกลยุทธ์จริงจัง ซึ่งทำให้ภาพรวมของ Exclusive Markets น่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองโบรกใหม่ที่มีฟีเจอร์จัดเต็ม แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องใบอนุญาตและรีวิวจากต่างประเทศให้ดีเช่นกันครับ
ข้อมูลสำคัญของ Exclusive Markets
- ก่อตั้ง: ปี 2018
- ใบอนุญาต: FSASeychelles
- ฝากถอนธนาคารไทย: มีฝากธนาคารไทย แต่ไม่มีถอนธนาคารไทย
- ฝากถอนผ่านคริปโต: ได้
- Copy Trading: มี
- ฝากขั้นต่ำ: 100 THB
- ถอนขั้นต่ำ: ไม่มีระบุ
- Leverage สูงสุด: 1:2000
- Spread+ค่าคอม EUR/USD: 16.16 USD/Lot
- Spread+ค่าคอม XAUUSD: 31.49 USD/Lot
เปิดบัญชี Exclusive Markets ฟรี
เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม
จุดเด่นที่ทำให้ Exclusive Markets น่าใช้งาน
ในมุมมองนักเทรดที่ดูทั้ง “เชิงเทคนิค” และ “ภาพรวมความน่าเชื่อถือ” จุดที่ทำให้ Exclusive Markets พอจะมีจุดยืนของตัวเองมีประมาณ 10 ข้อดังนี้ครับ
1. มีบัญชีให้เลือกหลายแบบ ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ ยัน มือโปร
- บัญชีหลัก ๆ คือ Ultimate Standard, Ultimate Cent, Ultimate ECN
- ฝากขั้นต่ำเริ่มต้นแค่ 5 USD (Standard / Cent) เหมาะกับคนที่อยาก “ลองน้ำ” ก่อนใส่เงินก้อนใหญ่
- บัญชี ECN สำหรับสายจริงจัง มีค่าคอมฯ ชัดเจน 7 USD / Lot (round turn) และรองรับการเทรดสินทรัพย์หลากหลายครบเหมือนกัน
- ภาพรวมถือว่าโครงสร้างบัญชีค่อนข้างยืดหยุ่น ใช้เริ่มฝึกเทรด หรือขยับไปสายมืออาชีพในโบรกเดียวได้
2. รองรับสินทรัพย์เทรดครบ และจำนวนผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเยอะ
- เทรดได้ทั้ง Forex, โลหะ, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น, ETF, Futures, ตราสารหนี้ และคริปโต
- มีให้เลือกมากกว่า 5,000+ สัญญา บน MT4 / MT5
- เหมาะกับคนที่ไม่ได้เทรดแค่คู่เงิน แต่ชอบกระจายพอร์ตไปหุ้น/ดัชนี หรือเทรดธีมข่าวสารแบบ Multi-asset

3. มีตัวเลือกบัญชี Swap Free ตั้งแต่เปิดบัญชี
- ทุกประเภทบัญชีสามารถเลือกเป็น Swap Free ได้ตั้งแต่ตอนเปิดบัญชี
- เหมาะกับคนที่ถือยาว, สาย Swing, หรือคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่า Swap ด้วยเหตุผลด้านกลยุทธ์หรือศาสนา
- ดนี้ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับเทรดเดอร์ที่วางแผนถือข้ามคืนบ่อย ๆ
4. ระบบ Copy Trade + โปรแกรมกองทุน (Exclusive Funded Programme)
- ภายในพอร์ทัลลูกค้ามีระบบ Copy Trade ที่ให้เราเป็นทั้ง Follower และ Provider ได้ เพียงลงทะเบียนภายในระบบ
- มี โปรแกรมกองทุน / โครงการเงินทุนพิเศษ (Exclusive Funded Programme)
- แพ็กเกจเริ่มต้นจ่ายประมาณ 79–99 USD
- มูลค่าพอร์ตที่ให้เริ่มต้นระดับ 10,000 USD
- มีเงื่อนไข Max DD 3–4% และเป้าหมายกำไรชัดเจน (เช่น 10%, 7%, 5% ตามแต่ละ Phase/แพ็กเกจ)
จุดนี้จะโดนใจสายเทรดจริงจังที่อยากพิสูจน์ฝีมือในรูปแบบ “กองทุน / funded account” และสายกลยุทธ์ที่อยากหารายได้เพิ่มจากการเป็น Provider ให้คนตาม
5. มี VPS ฟรีสำหรับสาย EA / Algo ที่ใช้ทุนค่อนข้างจริงจัง
- มีบริการ VPS ฟรี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อยประมาณ 5,000 USD
- ไม่มีรายละเอียดสเปค VPS ชัดเจนบนเว็บ แต่ยืนยันจากทีมซัพพอร์ตว่ามีให้ใช้งานจริง
- ตอบโจทย์สาย EA, Algo หรือคนที่ต้องการรันกลยุทธ์อัตโนมัติยาว ๆ โดยไม่อยากเปิดคอมทิ้งไว้เอง
6. รองรับการเทรดด้วยกลยุทธ์หลากหลาย (ยกเว้น Scalping แบบจัดหนัก)
- Hedging: อนุญาต
- เทรดจาก Swap บวก: อนุญาต
- ส่งคำสั่งถี่ ๆ / ใช้ EA กลางคืน / ช่วงตลาดปิด: อนุญาต
- แต่ระบุว่า ไม่รองรับ Scalping ตามเงื่อนไขภายใน
- ดังนั้นโบรกนี้น่าจะเหมาะกับสาย Swing, Day trade ปกติ, EA ที่ไม่ได้ยิงออเดอร์ถี่ระดับ High-Frequency มากเกินไป
7. ช่องทางการฝากเงินสำหรับคนไทยค่อนข้างสะดวก (แต่การถอนยังต้องพึ่ง Wire)
- ฝากเงินได้ผ่าน THAI QR PAYMENT ฝากขั้นต่ำต่อครั้งแค่ประมาณ 100.05 บาท สูงสุดเกือบ 200,000 บาท ต่อครั้ง และเข้าบัญชีทันทีในการทดสอบจริง
- ช่องทางถอนสำหรับคนไทย ยังไม่มีถอนเข้าธนาคารไทยโดยตรง ต้องใช้ Wire Transfer หรือคริปโตแทน ซึ่งเคยทดสอบถอน 100 USD ผ่าน Wire ใช้เวลาราว ๆ 10 ชั่วโมง 53 นาที เงินเข้า ~3,299 บาท (เรทต่างจากตอนฝากเล็กน้อย ประเมินว่าเสียประมาณ 0.48%)
- ภาพรวมคือ “ฝากง่าย ถอนพอใช้ได้แต่ไม่สะดวกเท่ามีบัญชีธนาคารไทยตรง ๆ” ต้องยอมรับเรื่องเวลารอและค่าธรรมเนียมทางอ้อมจากเรท
8. เครื่องมือเสริมสำหรับการวิเคราะห์ตลาดมีให้ใช้จริงจัง
- มี Trading Central สำหรับการวิเคราะห์เชิงเทคนิค/สัญญาณ
- มี ปฏิทินเศรษฐกิจ บนหน้าเว็บภาษาไทย
- แม้จะไม่มี TradingView, Autochartist หรือ Capitalise AI แต่การมี Trading Central ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไปที่ต้องการไอเดียเสริม
9. ประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์และพอร์ทัลลูกค้าโดยรวมถือว่าใช้การได้ดี
- การหา ข้อมูลฝาก–ถอน, Leverage, Stop out, License, สินค้าเทรด ถือว่าง่าย
- ระบบโดยรวมเข้าใจไม่ยาก คะแนนประสบการณ์ใช้งานเว็บและพอร์ทัลถูกประเมินไว้ที่ 7/10
- จุดที่ยังไม่สะดวก คือ การเปลี่ยน Leverage และกระบวนการฝากถอนที่ต้องกรอกข้อมูลธนาคารใหม่ทุกครั้งเวลาถอน
10. ซัพพอร์ตต่างชาติ (ภาษาอังกฤษ) ตอบเร็วและให้ข้อมูลเชิงเทคนิคได้ดี
- มี Live Chat, เบอร์โทร, อีเมล, Line, WhatsApp รวมแล้วอย่างน้อย 5 ช่องทางติดต่อ
- แม้ ไม่มีซัพพอร์ตคนไทย แต่จากการทดสอบคุยกับทีมต่างชาติ หลายเคสตอบเร็วประมาณ 2 นาที ให้คำตอบได้ครบและค่อนข้างมืออาชีพ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขเลเวอเรจ, การใช้ EA, การเทรดถี่ ฯลฯ
- ถ้าอ่านและพิมพ์ภาษาอังกฤษได้พอสมควร จะรู้สึกว่า Support ใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง
ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้
หัวข้อนี้จะสรุปข้อมูลสำคัญที่ “คนจะเปิดบัญชีต้องรู้ก่อนเทรดจริง” ทั้งเรื่องกฎเทรด, เลเวอเรจ, ประเภทบัญชี, เงื่อนไขการใช้งาน และสิ่งที่อาจมีผลต่อสไตล์การเทรดของแต่ละคน ผมจะเรียงให้เป็นระบบ เพื่อให้คุณนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายที่สุด
ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด

Ultimate Standard เหมาะกับผู้เริ่มต้น
- ฝากขั้นต่ำ: 5 USD
- ค่าคอมมิชชั่น: ไม่มี
- เลเวอเรจสูงสุด: 1:500
- Margin Call / Stop out: 50% / 20%
- รองรับ Swap-free: ได้
- ตราสารที่เทรดได้: ครบทุกประเภท เช่น Forex, โลหะ, ดัชนี, หุ้น, คริปโต ฯลฯ
- ข้อดีของบัญชีนี้: เปิดง่าย ใช้ทุนเริ่มต้นน้อย เหมาะกับมือใหม่และผู้ที่ต้องการทดสอบระบบเทรดก่อนลงทุนจริงจัง
Ultimate Cent เหมาะกับผู้เริ่มเทรดแบบเสี่ยงต่ำ
- ฝากขั้นต่ำ: 5 USD
- ค่าคอมมิชชั่น: ไม่มี
- เลเวอเรจ: 1:500
- รองรับ Swap-free: ได้
- สินค้าเทรด: เฉพาะ Forex และโลหะ
- เหมาะกับใคร: สายฝึก EA ทดสอบระบบ หรือคนที่ต้องการควบคุมความเสี่ยงแบบละเอียด เพราะ Lot จะถูกแบ่งเป็นหน่วย
Ultimate ECN เหมาะกับสายจริงจัง มืออาชีพ
- ฝากขั้นต่ำ: 500 USD
- ค่าคอมมิชชั่น: 7 USD / Round turn
- Margin Call / Stop out: 100% / 50%
- เลเวอเรจสูงสุด: 1:500
- Swap-free: ได้
- ข้อดี: เหมาะกับการเทรดแบบโปร เพราะราคามีความโปร่งใสขึ้น สเปรดแคบกว่า และการส่งคำสั่งส่วนใหญ่ทำได้ลื่นกว่าบัญชี Standard
Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน
ข้อมูลนี้สำคัญมากสำหรับคนที่มีสไตล์การเทรดเฉพาะทาง เช่น EA, Hedging, หรือเทรดข่าว
สิ่งที่โบรกเกอร์อนุญาต
- เทรดแบบ Hedging
- เทรด ถี่ ๆ ได้
- ใช้ EA ได้ รวมถึง EA ที่ทำงานช่วงกลางคืน
- เทรดเพื่อตัก Swap บวก ได้
- ส่งคำสั่งอัตโนมัติในช่วงตลาดปิดได้
สิ่งที่ “ไม่รองรับ”
- ไม่อนุญาต Scalping แบบเข้มข้น (Support ระบุว่ากลยุทธ์นี้ไม่ตรงเงื่อนไขของโบรกเกอร์)
โดยภาพรวม: Exclusive Markets เหมาะกับสาย Swing, Day trade แบบธรรมดา, EA ที่ไม่ยิงคำสั่งถี่ระดับ High-frequency และนักลงทุนที่ถือข้ามคืนเป็นหลัก
เงื่อนไข Spread และ Slippage
เลเวอเรจของโบรกเกอร์นี้ถือว่า “ยืดหยุ่นพอสมควร” แต่มีรายละเอียดสำคัญที่นักเทรดต้องระวัง
- เลเวอเรจสูงสุด: 1:500
- เลเวอเรจเปลี่ยนตามเงินในบัญชี: ใช่
- เปลี่ยนเลเวอเรจเองได้หรือไม่: ไม่ได้
- เลเวอเรจปรับช่วงข่าว: ไม่ปรับ
- เลเวอเรจเปลี่ยนตอนตลาดปิด: ไม่เปลี่ยน
ข้อควรรู้: เพราะเลเวอเรจขึ้นอยู่กับยอดเงินในบัญชี การเพิ่มเงินทุนมาก ๆ อาจทำให้เลเวอเรจลดลงอัตโนมัติ ซึ่งมีผลกับการเปิดสถานะใหม่ ซึ่งเหมาะกับคนที่คุมความเสี่ยงดี ๆ และไม่ได้ใช้เลเวอเรจสูงมากเป็นปกติ
Swap และค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน
หัวข้อนี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่ ถือออเดอร์ข้ามคืน, เทรดสาย Swing, หรือใช้ EA ที่เน้นถือระยะยาว เพราะต้นทุน Swap สามารถทำให้กำไรเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญได้ เพื่อให้อ่านง่าย ผมจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ โครงสร้าง Swap ของแต่ละบัญชี, จุดเด่นสำคัญของระบบ Swap-free, ผลกระทบต่อกลยุทธ์การเทรด, และสรุปคำแนะนำเชิงนักเทรดมืออาชีพ
- โครงสร้าง Swap ใน Exclusive Markets
- ทุกประเภทบัญชีสามารถเลือกเป็น Swap-free ได้
- เลือกได้ตั้งแต่ตอนเปิดบัญชีทันที
- Swap-free ของ Exclusive Markets เป็นแบบไหน?
- เลือก Swap-free ได้ทันที เวลาเปิดบัญชี เท่ากับว่าเทรดเดอร์สามารถเริ่มเปิดออเดอร์แบบไม่เสียค่า Swap ตั้งแต่คำสั่งแรกที่เปิด
- ไม่มีเงื่อนไขการจำกัดจำนวนวันถือข้ามคืน จากข้อมูลในไฟล์ไม่ได้ระบุว่ามีการจำกัดจำนวนวันแบบโบรกบางราย ทำให้ถือออเดอร์ยาว ๆ ได้ตามแผน
- ผลกระทบต่อกลยุทธ์การเทรด
- ดีมากสำหรับสายถือยาว (Position / Swing Trader)
- ดีสำหรับผู้ใช้ EA ระยะยาว (Grid, Martingale, Trend EA)
- ดีสำหรับเทรดเดอร์สายดอกเบี้ยบวก (Carry trade)

ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)
ความเร็วถือว่า “ปกติ ถึง ดี” สำหรับโบรกที่ใช้เซิร์ฟเวอร์มาตรฐาน ไม่ใช่ระดับ HFT แต่เพียงพอสำหรับ Day trade ทั่วไป ไม่มีออเดอร์ดีเลย์หรือปฏิเสธคำสั่งในช่วงตลาดปกติ ซึ่งถือว่าผ่านมาตรฐานโบรกเกอร์ทั่วไป
Ultimate Standard
- เปิดออเดอร์ ~280 ms
- ปรับ TP ~263 ms
- ปรับ SL ~232 ms
- ปิดออเดอร์ ~281 ms
Ultimate Cent
- เปิดออเดอร์ ~294 ms
- ปรับ TP ~250 ms
- ปรับ SL ~239 ms
- ปิดออเดอร์ ~289 ms
ระบบการฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม
หัวข้อนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อความสะดวกในการใช้งานของเทรดเดอร์ไทยโดยตรง ทั้งเรื่อง ช่องทางฝากเงิน, ช่องทางถอน, ขีดจำกัด, ความเร็ว, ค่าธรรมเนียมแฝง, ไปจนถึงคำแนะนำจากประสบการณ์จริงของผู้ทดสอบ ผมแบ่งออกเป็น 4 ส่วน เพื่อให้อ่านง่ายและเห็นภาพรวมอย่างชัดเจน
1) ช่องทางฝากเงินสำหรับคนไทย
Exclusive Markets มีช่องทางฝากเงินหลายประเภท แต่ช่องทางที่ “สะดวกที่สุดสำหรับคนไทย” คือ THAI QR PAYMENT (ฝากผ่านธนาคารไทยได้โดยตรง)
- ฝากขั้นต่ำ: 100.05 บาท
- ฝากสูงสุด: 199,999.99 บาทต่อครั้ง
- ความเร็ว: ทันที (จากการทดสอบจริง)
- ข้อดี:
- ใช้งานง่ายมาก เหมือนการจ่ายบิล
- เหมาะกับมือใหม่ที่ใช้ทุนน้อย
- ได้เรทค่อนข้างตรง ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
การประเมิน: ถือว่าเป็นจุดเด่น เพราะหลายโบรกที่ยังใหม่ในตลาดไทยมักไม่มี QR ให้ใช้
2) ช่องทางถอนเงินที่รองรับ
แม้ว่าการ “ฝาก” จะสะดวก แต่การ “ถอนเงิน” มีช่องทางถอนที่ใช้ได้จริง คือ
- Wire Transfer (แนะนำสำหรับคนไทย — ช่องทางหลัก)
- Crypto (USDT TRC20 / ERC20 / BEP20, BTC, ETH, LTC)
- Neteller
- Skrill
- Sticpay
- Fasapay
- Dragonpay
- บัญชีธนาคารไทย
ข้อควรรู้: ใครที่ต้องการถอนเงินเร็วแบบนี้จะไม่เหมาะกับโบรกนี้ เพราะ Wire ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือข้ามวันในบางครั้ง

3) ข้อมูลทดสอบฝาก–ถอนจริง
นี่คือข้อมูลสำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ตัวจริง เพราะเป็นประสบการณ์จากการใช้งานตรง ไม่ใช่ข้อมูลโฆษณา… การฝากเงิน (THAI QR PAYMENT) มีรายละเอียดดังนี้
- ฝาก: 3,315 บาท
- เงินเข้าบัญชี: 100 USD
- ความเร็ว: ทันที
- ปัญหาที่เจอ: ไม่มี
วิเคราะห์: การฝากถือว่า “ดีมาก” เร็ว คงที่ และไม่มีค่าธรรมเนียมที่เห็นได้ชัดเจน ถือเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับโบรกที่เน้นตลาดไทย
การถอนเงิน (Wire Transfer)
- ถอน: 100 USD
- เงินเข้าบัญชีจริง: 3,299 บาท
- ใช้เวลา: 10 ชั่วโมง 53 นาที
- ยื่นถอนเวลา 08:08 (9/5/2025)
- เงินเข้าเวลา 19:01 วันเดียวกัน
- ความสูญเสียจากเรท/ค่าธรรมเนียม: ประมาณ 0.48%
4) ขีดจำกัดการฝาก–ถอน (Limits)
| ช่องทาง | ฝากขั้นต่ำ | ฝากสูงสุด | ถอนขั้นต่ำ | ถอนสูงสุด |
|---|---|---|---|---|
| QR Thai | 100.05 THB | ~200,000 THB | ไม่มีถอน | ไม่มีถอน |
| Crypto | 50 USD | 9,000,000 USD | 50 USD | ไม่จำกัด |
| Wire Transfer | ขึ้นอยู่กับธนาคาร | ขึ้นอยู่กับธนาคาร | ไม่มีข้อมูลตายตัว | ไม่มีข้อมูลตายตัว |
คำแนะนำเชิงมืออาชีพเกี่ยวกับการฝาก–ถอน: จากทั้งข้อมูลเชิงเทคนิคและประสบการณ์จริง ผมสรุปเป็นข้อแนะนำสำหรับนักเทรดไทยได้ดังนี้ครับ มันก็เหมาะกับคุณ ถ้า…
- ฝากเงินบ่อยครั้งด้วยจำนวนไม่มาก (เพราะ QR ใช้ง่ายและเร็ว)
- โอเคกับการถอนผ่าน Wire ช้าได้บ้าง
- หรือถอนผ่าน Crypto แทนเพื่อความเร็วที่มากขึ้น
ควรระวัง ถ้า…
- คุณต้องการถอนเร็ว “ภายใน 1–2 ชั่วโมง”
- คุณไม่อยากใช้ Wire
- คุณต้องการถอนเข้า “บัญชีธนาคารไทยโดยตรง”
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนไทยที่ต้องการใช้งานจริง ผมแนะนำ: ฝากผ่าน QR แต่ถอนผ่าน Crypto (เช่น USDT-TRC20) จะเร็วที่สุด และประหยัดค่าธรรมเนียมที่สุด ถ้าไม่มีประสบการณ์ใช้ Crypto ก็สามารถใช้ Wire ได้ แต่ควรวางแผนล่วงหน้า เช่น ถอนก่อนถึงวันจำเป็นต้องใช้เงิน
การใช้ VPS และ EA ใน Exclusive Markets
หัวข้อนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญสำหรับ “สายอัตโนมัติ” ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ EA, ระบบเทรดอัตโนมัติระยะยาว, กลยุทธ์ Grid / Martingale หรือเทรดเดอร์ที่ต้องการความเสถียรสูงสุดในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน ซึ่งเพื่อให้เข้าใจง่าย ผมจะแยกเป็น 3 ส่วนหลัก
1) VPS ของ Exclusive Markets มีให้บริการแต่ข้อมูลไม่ชัดเจน
- จากข้อมูลในไฟล์พบว่า Exclusive Markets มีบริการ VPS ฟรี ให้กับลูกค้า แต่มีรายละเอียดดังนี้:
- มี VPS ฟรีให้ใช้งาน แต่…สเปก VPS ไม่มีเปิดเผยชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
- CPU
- RAM
- SSD (ซัพพอร์ตระบุว่า “ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลสเปก”)
เงื่อนไขการใช้งาน VPS
- ต้องมีเงินคงเหลือในบัญชี ขั้นต่ำ 5,000 USD (จากการสอบถามซัพพอร์ต)
- ไม่ต้องทำยอดเทรด เช่น จำนวนลอตต่อเดือน

2) การใช้งาน EA
โบรกเกอร์นี้ถือว่า “เป็นมิตร” กับผู้ใช้ EA มากกว่าหลายเจ้าที่อยู่ในหมวด offshore เพราะมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างยืดหยุ่น การใช้งาน EA ได้เต็มรูปแบบ รวมถึง
- EA ที่ส่งคำสั่งถี่
- EA ที่รันกลางคืน
- EA ที่เปิดคำสั่งช่วงตลาดปิด
- EA กลยุทธ์ Grid / Martingale
- EA ที่ต้องการถือข้ามคืน
- EA สำหรับบัญชี Swap-free
สามารถรัน EA ในช่วงตลาดปิดได้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หลายโบรกไม่อนุญาต เหมาะสำหรับระบบที่ต้องจัดโปรไฟล์การเทรด หรือคำนวณข้อมูลตามตารางเวลา
รองรับการส่งคำสั่งถี่ ๆ (แต่ไม่รับ Scalping แบบ High-frequency) ข้อมูลจากซัพพอร์ตระบุว่า เปิดส่งคำสั่งถี่ ๆ ได้ แต่ ไม่รองรับ Scalping แบบเข้มข้น แปลว่า EA ที่ยิงคำสั่งทุกวินาทีหรือ HFT-style อาจไม่เหมาะ
ระบบ Copytrade ของ Exclusive Markets เป็นยังไง
Exclusive Markets มีระบบ Copytrade แบบเรียบง่าย ใช้งานผ่าน พอร์ทัลลูกค้า (Client Portal) โดยไม่ต้องโหลดแอปเสริม จุดประสงค์คือให้ผู้ใช้งานสามารถคัดลอกการเทรดได้สะดวกที่สุด
จุดเด่น
- รองรับทั้ง Follower และ Provider -> Follower สามารถคัดลอกการเทรดของนักเทรดที่เลือก และ Provider สามารถเปิดให้คนอื่นคัดลอกและรับค่าตอบแทน
- ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ทุกฟีเจอร์อยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องเชื่อมแอปภายนอก เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นเร็ว
- เริ่มใช้งานได้ทันทีหลังลงทะเบียน ไม่ต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติหลายชั้น แค่ลงทะเบียนในพอร์ทัลก็ใช้งานได้
ข้อจำกัด
- ข้อมูลของ Provider ค่อนข้างน้อย -> ยังไม่มีสถิติแบบละเอียด เช่น Drawdown, ประวัติการเทรดย้อนหลัง, การจัดอันดับ ทำให้ต้องเลือกด้วยความระมัดระวัง
- ยังไม่มีแอปเฉพาะทางสำหรับมือถือ -> ผู้ใช้ต้องเข้าผ่านพอร์ทัลเว็บเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าระบบโซเชียลเทรดดิ้งใหญ่ ๆ

ข้อเสียของ Exclusive Markets ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน
1) การถอนเงินยังไม่สะดวกสำหรับคนไทย
- ไม่มีถอนเข้าบัญชีธนาคารไทยโดยตรง
- ต้องถอนผ่าน Wire Transfer หรือ Crypto เท่านั้น
- การถอนด้วย Wire ใช้เวลาค่อนข้างนาน (ทดสอบจริง ~10 ชั่วโมงกว่า)
- ผลกระทบ: คนที่ต้องใช้เงินเร็วหรือถอนบ่อยอาจไม่สะดวก
2) ยัง “ไม่รองรับการเทรดแบบ Scalping เข้มข้น”
- แม้มีบัญชี ECN แต่ซัพพอร์ตระบุชัดว่า
- ไม่รองรับ Scalping แบบหนัก ๆ
- ผลกระทบ: ผู้ใช้ EA หรือเทรดเดอร์ที่เน้นความเร็วสูงอาจไม่เหมาะกับที่นี่
3) ความเร็ว Execution อยู่ระดับกลาง ไม่ใช่โบรกเร็วมาก
- จากการทดสอบจริง: ~250–300 ms ต่อคำสั่ง
- ผลกระทบ: ใช้ได้ดีสำหรับเทรดปกติ และไม่เหมาะสำหรับ HFT / Scalping แบบจังหวะเร็วมาก

4) VPS มี แต่ข้อมูลไม่ชัดเจนและต้องใช้ทุนสูง
- ต้องมีเงินในบัญชี 5,000 USD ขึ้นไป
- ซัพพอร์ตให้ข้อมูลสเปก VPS ไม่ชัดเจน
- ผลกระทบ: ผู้ใช้ EA รันยาว ๆ อาจต้องใช้ VPS ภายนอกแทน
5) ความโปร่งใสด้านข้อมูลบางส่วนยังไม่ครบถ้วน
- ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้บริหารทั้งหมด
- ไม่มีข้อมูลจำนวน Liquidity Providers
- ไม่มีการรีวิวความนิยมในไทยมากนัก
- ผู้ใช้บางคนมีรีวิวปัญหาบัญชีถูกล็อก (บน Trustpilot)
- ผลกระทบ: ผู้ใช้ควรตรวจสอบและทดลองบัญชีจริงด้วยเงินน้อยก่อน
6) ไม่มีเนื้อหาสอนเทรดภาษาไทย / ไม่มีคลิปให้เรียนรู้
- ไม่มีบทความความรู้
- ไม่มีวิดีโอสอน
- ไม่มีโค้ชหรือผู้สนับสนุนในไทย
- ผลกระทบ: มือใหม่อาจต้องหาความรู้จากที่อื่น
7) ระบบ Copytrade ยังมีข้อมูล Provider น้อย
- ไม่มีระบบจัดอันดับแบบละเอียด
- ไม่มีสถิติ Performance ลึก
- ไม่ใช่ระบบ Social Trading เต็มรูปแบบ
8) ยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดไทยมากนัก
- เพิ่งเข้าตลาดไทยปี 2023
- ยังไม่ติดกลุ่มเทรดใดเป็นพิเศษ
- ยอดเข้าชมเว็บจากไทยค่อนข้างน้อย
ผลกระทบ: ผู้ใช้ควรเริ่มจากบัญชีเล็ก ๆ ก่อนเพื่อดูความเสถียรในระยะยาว
ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Exclusive Markets น่าใช้งานไหม?
โดยสรุปแล้ว Exclusive Markets เป็นโบรกเกอร์ที่มีจุดเด่นด้านบัญชีเทรดที่ยืดหยุ่น ใช้เงินเริ่มต้นน้อย และรองรับการใช้งาน EA รวมถึงระบบ Copytrade ได้ดี จุดที่น่าประทับใจคือมีบัญชี Swap-free ให้ทุกประเภท ซึ่งเหมาะกับสายถือยาวอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การถอนเงินที่ยังต้องพึ่งพา Wire และข้อจำกัดด้าน Scalping อาจไม่ตอบโจทย์ผู้เทรดความเร็วสูง เมื่อมองภาพรวม โบรกนี้เหมาะกับผู้ที่เทรดสไตล์ปกติหรือเทรดด้วย EA ระยะยาวมากกว่าสายสปีด และควรเริ่มใช้งานด้วยเงินไม่มากเพื่อทดสอบความเสถียรด้วยตัวเองก่อนใช้งานจริง




