⚠ ไม่แนะนำโบรกเกอร์นี้ไม่แนะนำ — เนื่องจากมีระดับความน่าเชื่อถือต่ำและมีประวัติข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน
2.74
คะแนนรวม (จาก 10 คะแนน)
 
Credibility Icon
ความน่าเชื่อถือ
3.85
Service Fee Icon
ค่าบริการ
7.09
Deposit and Withdrawal Icon
การฝากถอน
7.33
Trading Quality Icon
คุณภาพการบริการ
2.71
Trading Experience Icon
ประสบการณ์การเทรด
7.16
Ease of use Icon
ความง่ายในการใช้งาน
3.00
รีวิว Fullerton Markets

ถ้าคุณโฟกัสคู่เงินหลัก ๆ (EURUSD, GBPUSD ฯลฯ) และอยากได้ต้นทุน “พอรับได้ ค่อนข้างถูก” โดยไม่ต้องคิดค่าคอมฯ เยอะ บัญชี Pro และ Raw ของ Fullerton Markets ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าจะไปสาย ทอง/คริปโต หรือเทรดข่าวแรง ๆ ผมไม่แนะนำครับ เพราะต้นทุนและพฤติกรรมสเปรดไม่ค่อยสวยเวลาตลาดผันผวนสูง

ข้อมูลสำคัญของ Fullerton Markets

  • ก่อตั้ง: ปี 2016
  • ใบอนุญาต: FSAsvg
  • ฝากถอนธนาคารไทย: ได้
  • ฝากถอนผ่านคริปโต: ได้
  • Copy Trading: มี
  • ฝากขั้นต่ำ: 100 USD
  • ถอนขั้นต่ำ: 500 บาท (แต่ทดสอบจริง 1 USD ก็ถอนได้)
  • Leverage สูงสุด: 1:500
  • Spread+ค่าคอม EUR/USD: 8.38 USD/Lot
  • Spread+ค่าคอม XAUUSD: 25.32 USD/Lot

เปิดบัญชี Fullerton Markets ฟรี

เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม

ขั้นตอนสมัคร เปิดบัญชี ฝาก-ถอน

จุดเด่นที่ทำให้ Fullerton Markets น่าใช้งาน

ต้นทุนคู่เงิน “เฉลี่ยออกมาดี”

  • บัญชี Raw (คอมฯ 8 USD/lot) และ Pro (ไร้คอมฯ) เมื่อรวมสเปรด+คอมแล้ว หลายคู่เงิน “ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดนิดหน่อย” 
  • เหมาะกับคนเทรดบ่อยหรือสเกลอิน/เอาท์ทีละหลายไม้ โดยเฉพาะสายอินตร้าเดย์ที่เน้นคู่เมเจอร์เป็นหลัก 

ฝั่งไทยใช้งานได้จริง

  • มีช่องทางฝาก–ถอนผ่านธนาคารไทย (เช่น 1-2-Pay) และจากเคสทดสอบ ถอนแค่ 1 USD ก็ทำได้จริง 
  • แม้หน้าเว็บจะระบุว่าโอนได้ 500–25,000 บาทก็ตาม (เคสจริงสำคัญกว่าโบรชัวร์

ตั้งต้นง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน

  • ฝากขั้นต่ำทุกบัญชี 100 USD, เลเวอเรจสูงสุด 1:500, Margin Call 30%, Stop Out 20% โครงสร้างเรียบง่าย ไม่เยิ่นเย้อ 
  • เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มเร็ว แต่ยังอยากคุมความเสี่ยงได้อยู่ 

แบรนด์มีตัวตน ผู้บริหารชัดเจน

  • ผู้ก่อตั้ง Mario Singh เป็นคนในวงการจริงจัง มีผลงานหนังสือ/สื่อ และปัจจุบันมี Rahul Sodhy เป็น CEO (ประกาศปี 2022) อย่างน้อยเรารู้ว่าใครขับรถอยู่ ไม่ใช่บริษัทนิรนาม
  • ปล. ต้องเลื่อนลงไปอ่านความน่าเชื่อถือเต็มๆด้านก่อนตัดสินใจนะครับ
ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ Fullerton Markets
รูปที่ 1 ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงออกหน้าออกตาอย่างเต็มระดับ หากมีความผิดพลาดอะไรก็ยังชื่นใจได้ เพราะเราสามารถฟ้องเจ้าตัวได้โดยตรงฮะ อิอิ

ข้อควรรู้ตั้งแต่หน้าแรก (จะได้ตัดสินใจไม่พลาด)

  • ใบอนุญาต: โฟกัสหลักอยู่ที่ SVG FSA (ระดับความน่าเชื่อถือต่ำเมื่อเทียบกับเขตกำกับชั้นนำ); เคยเป็นสมาชิก The Financial Commission แต่ตอนนี้ไม่แล้ว -> มองเป็นโบรกฯ ทางเลือก ไม่ใช่ตัวท็อปสายกำกับเข้มงวด 
  • ข้อมูลหน้าเว็บ “ไม่ครบถ้วน”: รายละเอียดบัญชีบางจุดต้องถามซัพพอร์ตเอง แถมตอบไม่เคลียร์ทุกเรื่อง (เช่นการปรับเลเวอเรจตามฐานเงิน) -> นักเทรดต้องเช็คหน้างานก่อนเสมอ 
  • ต้นทุนบางสินทรัพย์แพง: โดยเฉพาะ XAUUSD และคริปโต ต้นทุนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดชัดเจน ใครเน้นทอง/คริปโตควรพิจารณาโบรกฯ ที่ตั้งใจสายนี้โดยเฉพาะจะดีกว่า 
  • ความนิยมโดยรวมไม่สูง: โซเชียลไทยยังมีบ้าง แต่ภาพรวมทราฟฟิกและการพูดถึงลดลงจากยุคบุกเบิก -> ถ้าคุณแคร์ “แบรนด์เมนสตรีม” อาจไม่ตอบโจทย์นัก
ปัญหาใบอนุญาต FSA SVG ของ Fullerton Markets
รูปที่ 2 ใบอนุญาตของทาง Fullerton markets มีใบของ FSA svg ไว้ในครอบครอง แต่ทว่า FSA svg กลับประกาศกร้าวว่า ฉันไม่ขอข้องเกี่ยวกับ Forex แล้วนะ เวรกำ

ความน่าเชื่อถือของ Fullerton Markets

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อพูดถึงโบรกเกอร์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม “Tier-1” ก็คือ “มันเชื่อถือได้แค่ไหน?”…. ในกรณีของ Fullerton Markets คำตอบคือ “มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่โบรกเกอร์สายกำกับเข้มงวด”

จุดที่ช่วยสร้างความมั่นใจ

มีตัวตนจริง–ผู้บริหารชัดเจน

  • ก่อตั้งโดย Mario Singh ผู้มีบทบาทในวงการการเงินมายาวนาน (ผู้เขียนหนังสือขายดี และเคยออกรายการ CNBC)
  • ปัจจุบันมี Rahul Sodhy ดำรงตำแหน่ง CEO (ประกาศอย่างเป็นทางการปี 2022)
  • มีสำนักงานชัดเจนในหลายภูมิภาค เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกา, ตะวันออกกลาง

เว็บไซต์มีความโปร่งใสในระดับหนึ่ง

  • แสดงประเภทบัญชี, ค่าธรรมเนียม, ขั้นตอนการฝาก–ถอน อย่างเปิดเผย
  • รองรับการใช้งาน MT4/MT5 และเครื่องมือช่วยเทรดระดับมืออาชีพ เช่น VPS, CopyTrade, Partner Portal

ระบบป้องกันความเสี่ยงพื้นฐานครบถ้วน

  • มี Negative Balance Protection (พอร์ตติดลบ ระบบจะรีเซ็ตเป็น 0)
  • ใช้บัญชีแยกเงินลูกค้า (Segregated Account)
  • มีระบบเฝ้าระวัง Margin และ Stop Out แบบอัตโนมัติ

ประสบการณ์ในตลาดกว่า 8 ปี

  • เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2015 โดยมีการพัฒนาแพลตฟอร์มและเครือข่าย Partner อย่างต่อเนื่อง
  • ผ่านรอบการเติบโต ปรับโครงสร้าง และพัฒนาธุรกิจหลายช่วง (จากเดิมเน้น IB สู่ CopyTrading/EA มากขึ้น)

จุดที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

  • ใบอนุญาตหลักจาก SVG FSA (St. Vincent & the Grenadines) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Offshore Jurisdiction
    -> ไม่มีอำนาจควบคุมเข้มงวดแบบโบรก FCA (อังกฤษ), ASIC (ออสเตรเลีย), หรือ MAS (สิงคโปร์)
  • ไม่อยู่ภายใต้ Investor Compensation Scheme
    -> หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น บริษัทล้มละลาย อาจไม่มีประกันเงินทุนแบบโบรกในยุโรป
  • เคยเป็นสมาชิกของ The Financial Commission (องค์กรอิสระที่ช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาท) แต่ปัจจุบัน ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้

เมื่อพูดถึงการเลือกโบรกเกอร์ เทรดเดอร์มืออาชีพมักจะไม่ได้มองแค่ “โปรโมชั่น” หรือ “ความสะดวกในการใช้งาน” เท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ “ข้อมูลเชิงเทคนิค” เช่น ประเภทบัญชี, สเปรด, Swap, ความเร็วในการส่งคำสั่ง และระบบจัดการความเสี่ยง เพราะทั้งหมดนี้มีผลโดยตรงต่อกำไร ขาดทุนจริงของคุณและนี่คือข้อมูลเชิงเทคนิคของ Fullerton Markets ที่ผมได้ทำการวิเคราะห์ไว้อย่างละเอียด

ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด

ประเภทบัญชีค่าคอมมิชชั่นสเปรดฝากขั้นต่ำเลเวอเรจสูงสุดเหมาะกับใคร
Variableไม่มีแปรผัน$1001:500มือใหม่, เทรดทั่วไป
Raw$8/lot (Forex)ต่ำมาก$1001:500สาย Scalping หรือ Day Trade
Proไม่มีปานกลาง$1001:500Swing Trader, เทรดทั่วไป

 

จุดน่าสนใจ

  • ฝากขั้นต่ำทุกบัญชีเท่ากัน 100 USD -> ง่ายต่อการเริ่มต้น
  • ค่าคอมมิชชั่นของบัญชี Raw คงที่และค่อนข้างชัดเจน
  • Variable และ Pro ไม่มีค่าคอมฯ ทำให้เหมาะกับคนที่ไม่อยากคำนวณต้นทุนซับซ้อน
เปรียบเทียบค่า Spread ของ Fullerton Markets ในแต่ละบัญชี
รูปที่ 3 เปรียบเทียบดูซิว่า ค่า Spread แต่ละประเภทบัญชีในสินทรัพย์ต่างๆ อันไหนมันน่าเทรดมากกว่ากัน ซึ่งพบว่า โบรกเกอร์นี้ ไม่ควรเทรด BTCUSD เด็ดขาด เพราะต้นทุนการเทรดโคตรสูงเลย

จุดที่ควรรู้

  • ไม่มีบัญชี Cent หรือบัญชีทดลองพิเศษที่ใช้เงินจริงในล็อตย่อย (Cent ที่ปรากฏใน MT5 เป็นสถานะ Test เท่านั้น)
  • ไม่มีระบบ “Zero Spread” แบบจริงจังเหมือนโบรกเกอร์รายใหญ่บางเจ้า

วิธีเลือกแบบเร็ว

  • Scalping/Day trade ที่เน้นเข้า–ออกบ่อย -> เริ่มที่ Raw (ต้นทุน/ล็อตต่ำเมื่อรวมคอมมิชชั่น)
  • Swing ทั่วไป ไม่อยากคำนวณคอมมิชชั่น -> เลือก Pro หรือ Variable ตามสเปรดจริงของคู่ที่เทรดบ่อย
  • มือใหม่ ทุนเล็ก -> Pro/Variable (ลดความซับซ้อนจากคอมฯ)
  • หมายเหตุ: โบรกเกอร์นี้ ยังไม่มีบัญชี Cent ใช้งานจริง ถึงจะมีชื่อ VAR CNT โผล่ใน MT5 ก็ยังเป็นสถานะทดสอบอยู่ 

เช็คต้นทุนอย่างไรให้ไม่พลาด

  • ดู “ต้นทุนรวมต่อ 1 ล็อต = สเปรด(แปลงเป็น USD) + คอมมิชชั่น”
  • ตัวอย่าง EURUSD บัญชี Raw: สเปรดเฉลี่ย 1.06 (points) + คอมมิชชั่น 8 -> 9.06 USD/lot (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด 9.5 เล็กน้อย) -> ถ้าคุณเข้า–ออกถี่ ต้นทุนนี้โอเคมาก

Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน

เลเวอเรจสูงสุด 1:500 ทุกบัญชี และระบุว่า ไม่ลดช่วงข่าว/ตลาดปิด (แต่มีการปรับตามฐานเงินต้น ซึ่งหน้าเว็บไม่ให้รายละเอียด)

คำนวณมาร์จิ้นอย่างรวดเร็ว

  • EURUSD 1 ล็อต = notional 100,000 -> มาร์จิ้นที่ 1:500 ≈ 200 USD/lot
  • ถ้าพอร์ตคุณ 1,000 USD เปิด 0.5 ล็อต -> ใช้มาร์จิ้น ~100 USD เหลือฟรีมาร์จิ้น ~900 USD (ก่อนลอยตัว P/L)

ตั้ง “เพดานความเสี่ยงต่อดีล” แบบปลอดภัย

  • เสนอให้คุณเสี่ยง ไม่เกิน 1–2%/ดีล
  • ถ้าทุน 1,000 USD, ความเสี่ยง/ดีล 1% = 10 USD -> ถ้าสต็อปลอส 20 pips (ค่า pip 0.1 USD/pip ที่ 0.01 lot), position size ≈ 0.05 lot (ตัวอย่างแนวคิด)

เฝ้า Margin Call 30% / Stop Out 20%

  • ถ้าฟรีมาร์จิ้นเริ่มบางจนถึง 30% ของมาร์จิ้นที่ใช้ ให้ ปิด/ลดขนาด โดยไม่รอระบบบังคับขาย

บริหาร “สเปรด & สลิปเพจ” ให้ได้เปรียบ

ในโลกของการเทรด โดยเฉพาะสาย Scalping หรือ Day Trade ที่ต้องเข้า–ออกตลาดบ่อย “สเปรด” และ “สลิปเพจ” (Slippage) คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สเปรด (Spread): ต้นทุนแฝงที่หลายคนมองข้าม

แม้โบรกเกอร์จะไม่ได้เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น (เช่นบัญชี Pro) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเทรดฟรี 100% เพราะ “ส่วนต่างระหว่าง Bid กับ Ask” หรือที่เรียกว่าสเปรด นั่นแหละคือต้นทุนแฝงที่คุณจ่ายทุกครั้งที่เปิดออเดอร์

  • บัญชี Raw: ค่าสเปรดต่ำมาก (เช่น EURUSD เฉลี่ย 1.0 pips หรือต่ำกว่า) แต่มีค่าคอมมิชชั่น $8 ต่อรอบการเทรด (1 lot)
  • บัญชี Pro: ไม่มีคอมฯ แต่สเปรดสูงขึ้นมาเล็กน้อย (เฉลี่ย 1.5 – 2.0 pips แล้วแต่คู่เงิน)

เทคนิคคือ

  • หากคุณเทรดบ่อย เน้นเข้าซ้ำ–ออกซ้ำแบบ Intra-Day หรือเปิดหลายไม้แบบ Split Order ให้ใช้บัญชี Raw จะคุ้มกว่า
  • แต่ถ้าเทรดนาน ๆ ครั้ง หรือถือข้ามวัน เน้น Swing Trading บัญชี Pro จะช่วยให้คุณวางแผนต้นทุนง่ายกว่า

สลิปเพจ (Slippage): ค่าความคลาดเคลื่อนของราคา

สลิปเพจเกิดขึ้นเมื่อคำสั่งซื้อ–ขายของคุณถูกดำเนินการในราคาที่ต่างจากที่ตั้งไว้ โดยมากจะเกิดในช่วง

  • ข่าวแรง (NFP, CPI, FOMC ฯลฯ)
  • ตลาดเปิดต้นสัปดาห์
  • คู่เงินผันผวนสูง เช่น XAUUSD, GBPJPY

Fullerton Markets ใช้ระบบ STP (Straight-Through Processing) และ Liquidity Provider ระดับสากลหลายราย ทำให้โดยทั่วไปคำสั่งจะถูกจับคู่ในราคาที่ใกล้เคียงกับที่ร้องขอ (Low Slippage) อย่างไรก็ตามในช่วงตลาดผันผวน เทรดเดอร์ควรคาดหวังสลิปเพจไว้เสมอ โดยเฉพาะถ้าใช้คำสั่งประเภท Market Order

กราฟค่าเฉลี่ย Spread ของ Fullerton Markets
รูปที่ 4 จากอีกแหล่งข้อมูลนึงพบว่า ต้นทุนการเทรดของ Fullerton อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ก็ถือว่าใช่ได้นะ ไม่ทิ้งห่างมาก แต่ยังไม่พบการทำ test slippage เลย

Tips ลด Slippage

  • ใช้ Limit Order แทน Market Order
  • หลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ช่วงข่าวแรง
  • หากเทรดระยะสั้นมาก ควรใช้ VPS ใกล้ Server (Fullerton มีบริการ VPS ด้วย)

Swap และค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน

“Swap” หรือ “ค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน” คืออีกหนึ่งต้นทุนแฝงที่นักเทรดจำนวนไม่น้อยมองข้าม ทั้งที่มันสามารถกัดกินกำไร หรือสร้าง Passive Income ได้ ขึ้นอยู่กับ “ทิศทาง” และ “กลยุทธ์” การถือออเดอร์

Fullerton Markets คิด Swap อย่างไร?

Fullerton Markets แยก Swap เป็น 2 ประเภทหลัก

  • Positive Swap (รับเงิน): ถือออเดอร์ฝั่งที่ได้รับดอกเบี้ยสุทธิจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของคู่สกุลเงิน
  • Negative Swap (จ่ายเงิน): ถือออเดอร์ฝั่งที่ต้องจ่าย Swap ตามอัตราดอกเบี้ยสุทธิ

Swap จะคิดทุกวันเวลา 00:00 Server Time (MT4/MT5) ยกเว้นวันพุธที่จะคิด 3 เท่า เพื่อครอบคลุมวันเสาร์–อาทิตย์

ตรวจสอบ Swap อย่างไร?

คุณสามารถดูค่า Swap รายคู่ได้โดย

  1. คลิกขวาที่ชื่อสัญญาใน Market Watch
  2. เลือก “Specification”
  3. ดูค่า Swap Long / Swap Short

ตัวอย่าง: EURUSD บัญชี Variable

  • Swap Long: -3.20
  • Swap Short: +0.80
  • แปลว่า ถ้าคุณ Buy EURUSD ข้ามคืน จะโดนหัก 3.2 USD/lot แต่ถ้า Sell จะได้คืน 0.8 USD/lot

ทางเลือกของสายถือยาว

  • ถ้าคุณเป็นสายถือยาว (Position Trader) ควรคำนวณ Swap เข้ารวมใน Risk-Reward เสมอ
  • ถ้าคุณเทรดตามเทรนด์ แต่ไม่อยากจ่าย Swap ลองพิจารณา บัญชีอิสลาม (Swap-Free) ซึ่ง Fullerton Markets มีให้สมัครโดยแจ้งทีมงานผ่านซัพพอร์ต

ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)

ความเร็วในการส่งคำสั่ง คือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์สายความเร็วอย่าง Scalping, News Trading หรือ Arbitrage เพราะเพียงไม่กี่มิลลิวินาที ก็อาจเปลี่ยนราคาเปิด–ปิดได้อย่างชัดเจน

Fullerton Markets ใช้เทคโนโลยี Low-Latency Bridge ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับ Liquidity Provider (LP) ระดับ Tier-1 ทำให้ความเร็วเฉลี่ยในการดำเนินการคำสั่งอยู่ในระดับดีมาก

ประเภทคำสั่ง

ความเร็วเฉลี่ย

Market Order

100–250 ms

Pending Order

120–300 ms

หมายเหตุ: ค่าดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยที่ได้จากเซิร์ฟเวอร์จริง ณ ศูนย์ข้อมูลหลัก (Data Center)

ทดสอบความเร็วการส่งคำสั่งเฉลี่ย Fullerton Markets
รูปที่ 5 จากการทดสอบความเร็วการส่งคำสั่ง ก็ถือว่าเร็วมากครับ ถ้าเปรียบกับโบรกเกอร์ในตลาด ณ ปี 2025

หากคุณใช้ VPS ที่อยู่ใกล้ศูนย์ข้อมูล เช่น ที่สิงคโปร์, ลอนดอน หรือแฟรงก์เฟิร์ต เวลาการตอบสนองจะสั้นลงอีกหลายสิบมิลลิวินาที ซึ่งช่วยลด Slippage ได้มากโดยเฉพาะสาย EA และ HFT

ระบบการฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักเทรดจำนวนมากตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ คือ “ความง่ายและเร็วในการฝาก–ถอน” ซึ่ง Fullerton Markets ทำได้ดีเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย

ช่องทางฝากเงิน: รองรับหลายรูปแบบทั้งไทยและต่างประเทศ

ช่องทางเวลาดำเนินการหมายเหตุ
Local Bank Transfer (ธนาคารไทย)5–15 นาทีผ่านระบบ 1-2-Pay หรือ QR Code
Crypto (USDT, BTC)ภายใน 1–3 ชั่วโมงต้องรอ 3 Confirmations บน Blockchain
Skrill / Netellerภายใน 15 นาทีสำหรับผู้ใช้งานต่างประเทศ
Internet Bankingทันที (ถ้าผ่านระบบ FastPay)ใช้งานง่ายเหมือนแอปโอนเงินทั่วไป

 

จุดเด่นคือ ฝากได้แม้ยอดเล็ก ๆ เช่น 100 บาท (≈ 3 USD) ฝากขั้นต่ำทุกบัญชีเพียง 100 USD เท่านั้น

ช่องทางการฝากถอนเงินของ Fullerton Markets
รูปที่ 6 การถอนเงินจากโบรกเกอร์นี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะลองถอนดูแล้ว ถอนไว แต่มีค่าธรรมเนียม

ช่องทางถอนเงิน: ทดสอบแล้ว “ได้เงินเข้าจริงแม้ถอนแค่ 1 USD”

ช่องทางเวลาดำเนินการค่าธรรมเนียมหมายเหตุ
ธนาคารไทย (Local)ภายใน 24 ชั่วโมงทำการฟรีทดสอบจริง ถอน 1 USD ก็สำเร็จ
Crypto (USDT/BTC)1–3 ชั่วโมงมีค่าธรรมเนียม Blockchainอัตราแปรผันตามเครือข่าย
Skrill / Netellerภายในวันเดียวกันฟรีรองรับนักเทรดต่างประเทศ

 

หมายเหตุสำคัญ:

  • ระบบจะขอเอกสารยืนยันตัวตน (KYC) และบัญชีธนาคารก่อนถอนเงินครั้งแรก
  • การถอนในวันเสาร์–อาทิตย์จะถูกเลื่อนเป็นวันทำการถัดไป
  • รองรับบัญชีธนาคารไทยยอดนิยมทุกเจ้า เช่น กสิกร, ไทยพาณิชย์, กรุงศรี ฯลฯ

กรณีศึกษาจริง: ถอนเงิน 1 USD สำเร็จ

ผู้เขียนได้ทดสอบถอนเงินจำนวน 1 ดอลลาร์สหรัฐ จากบัญชีจริง โดยใช้ช่องทางโอนเข้าบัญชีธนาคารไทย ผลคือ:

  • ทำรายการในวันพฤหัสฯ เวลา 14:00 น.
  • เงินเข้าบัญชีในเช้าวันศุกร์ เวลา 09:30 น.
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมถูกหักเพิ่ม

ข้อนี้ชี้ให้เห็นว่า Fullerton Markets ไม่ได้ “หลอกด้วยคำโฆษณา” แต่มีระบบที่ใช้งานได้จริง แม้กับยอดเงินเล็กน้อย

คำแนะนำในการฝาก–ถอนให้ปลอดภัยและรวดเร็ว

  1. ชื่อบัญชีเทรด = ชื่อบัญชีธนาคาร (ต้องตรงกัน)
  2. หลีกเลี่ยงการโอนจากบัญชีบุคคลอื่น หรือบัญชีธุรกิจ
  3. ถ่ายภาพสลิปและเก็บไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน
  4. หากมีปัญหา ติดต่อผ่าน Live Chat หรือ Line ซัพพอร์ตภาษาไทยได้เลย

ระบบป้องกันความเสี่ยง (Risk Management)

Fullerton Markets แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในเรื่องการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบต่าง ๆ ที่สร้างมาเพื่อปกป้องเงินทุนของลูกค้าและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเทรด

จุดเด่นด้าน Risk Management

  • Negative Balance Protection: ไม่ให้ยอดติดลบ แม้ตลาดผันผวนจัด
  • Margin Call ที่ 30% / Stop Out ที่ 20%: แจ้งเตือนและบังคับปิดเมื่อพอร์ตเริ่มขาดทุนหนัก
  • Segregated Account: แยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท (เพื่อความปลอดภัย)
  • เลเวอเรจสูงสุด 1:500: ให้ความยืดหยุ่น แต่ยังมีระบบควบคุมการปรับลดอัตโนมัติหากพอร์ตมีทุนสูง

สิ่งสำคัญ: โบรกนี้ไม่ได้ลดเลเวอเรจอัตโนมัติช่วงข่าว (เหมือนบางเจ้าที่กำกับเข้มงวด)

การใช้ VPS และ EA ใน Fullerton Markets

สำหรับสายเทรดอัตโนมัติหรือผู้ใช้งาน EA การเลือกใช้ VPS ที่มีความเสถียรและใกล้ Server โบรกเกอร์คือหัวใจสำคัญ

Fullerton Markets รองรับการใช้งาน EA แบบเต็มรูปแบบ

  • ไม่มีการจำกัดการใช้ EA หรือ Scalping
  • รองรับ News Trading (แม้จะมี Slippage บ้างในช่วงข่าวแรง)

การใช้งาน VPS

  • โบรกเกอร์มีโปรโมชั่นแจก VPS ฟรี (ตามเงื่อนไขจำนวนล็อตเทรด)
  • หากไม่มีโปรโมชั่น ก็สามารถเช่า VPS เองในพื้นที่ใกล้ Data Center เช่น สิงคโปร์ หรือแฟรงก์เฟิร์ต

สำหรับคนที่ใช้ EA รัน 24 ชม. VPS คือสิ่งที่ควรมี เพื่อป้องกันการหลุดของออเดอร์หากเน็ตหรือไฟฟ้าดับ

ระบบ Copytrade ของ Fullerton Markets เป็นยังไง

ระบบ CopyTrade ที่ทาง Fullerton Markets ใช้คือ CopyPip ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดให้ทุกคนสามารถ “คัดลอกกลยุทธ์จากเทรดเดอร์มืออาชีพ” ได้แบบเรียลไทม์

จุดเด่นของ CopyPip

  • เลือกเทรดเดอร์ได้ตามผลการเทรดย้อนหลัง
  • ปรับระดับ “Risk Level” ได้ตามสไตล์ผู้ลงทุน
  • มี Dashboard แสดงสถิติ เช่น %Win, Drawdown, Max Profit/Loss
  • ระบบทำงานแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอ

ข้อควรระวัง

  • ไม่ใช่ทุกเทรดเดอร์ที่ “ผลลัพธ์สวย” จะปลอดภัยเสมอ
  • ผู้คัดลอกควรดูข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน และเลือกเทรดเดอร์ที่ Drawdown ต่ำ + การบริหารพอร์ตดี

ข้อดีคือ เหมาะมากสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาเทรดเอง หรืออยากเรียนรู้จากมืออาชีพจริงในสนาม

บริการ Copy trade ของ Fullerton Markets ผ่าน CopyPip
รูปที่ 7 บริการการ Copy Trade ของโบรกเกอร์ Fullerton ว่า CopyPip

ข้อเสียของ Fullerton Markets ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน

แม้ Fullerton Markets จะมีจุดเด่นหลายด้าน แต่ก็ไม่ใช่โบรกเกอร์ที่ “ไร้จุดอ่อน” ซึ่งหากคุณเข้าใจข้อจำกัดตั้งแต่ต้น ก็จะสามารถวางแผนใช้งานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ใบอนุญาตไม่ได้อยู่ในระดับ Tier-1

โบรกเกอร์นี้อยู่ภายใต้การกำกับของ SVG FSA (St. Vincent & the Grenadines) ซึ่งเป็นเขตกฎหมายแบบ Offshore… ข้อสังเกตคือ

  • ไม่ใช่โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้ FCA (อังกฤษ), ASIC (ออสเตรเลีย) หรือ CySEC (ยุโรป)
  • เคยเป็นสมาชิก The Financial Commission (องค์กรไกล่เกลี่ยข้อพิพาท) แต่ปัจจุบันไม่ได้ต่ออายุ
  • แปลความหมาย: เหมาะกับนักเทรดที่เน้น “ความยืดหยุ่นสูง” มากกว่าความเคร่งครัดด้านกำกับ

ข้อมูลบางส่วนบนเว็บไซต์ “ไม่ครบถ้วน”

  • รายละเอียดบัญชีบางจุด (เช่น ปรับ Leverage ตามทุน, Spread รายคู่) ต้องสอบถามทีมงานเอาเอง
  • ฝ่ายซัพพอร์ตตอบไว แต่ยังมีจุดที่ให้คำตอบคลุมเครือ หรือไม่แน่ชัดในบางประเด็น

ต้นทุนสินทรัพย์บางประเภท “แพงกว่าตลาด”

  • โดยเฉพาะกลุ่ม ทองคำ (XAUUSD) และ คริปโต เช่น BTC, ETH
  • ทั้งสเปรดและ Swap รวมแล้ว “สูงกว่าค่าเฉลี่ยโบรกชั้นนำ” อย่างชัดเจน
  • ไม่แนะนำสำหรับคนที่โฟกัสการเทรดกลุ่มนี้เป็นหลัก

ฐานผู้ใช้ลดลงจากช่วงปีบุกเบิก

  • ความนิยมในตลาดไทยช่วงหลังค่อนข้างเงียบ เทียบกับยุคแรกที่บูมมากจากโปรแกรม IB
  • ช่องทางโซเชียลมีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้อัปเดตหรือดึงดูดเท่าโบรกเมนสตรีมบางราย

ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Fullerton Markets น่าใช้งานไหม?

จากการประเมินในภาพรวม Fullerton Markets จัดว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ “สมดุล” ระหว่างต้นทุนที่คุ้มค่า ความยืดหยุ่น และการใช้งานจริงในระดับหนึ่ง โดยเหมาะกับกลุ่มนักเทรดดังต่อไปนี้:

เหมาะกับใคร?

  • นักเทรด Forex สาย Intraday หรือ Scalping ที่โฟกัสคู่เงินเมเจอร์
  • ผู้เริ่มต้น ที่ต้องการโบรกเกอร์ที่ตั้งต้นง่าย ใช้งานผ่านธนาคารไทยสะดวก
  • สายเทรดด้วย EA หรือ CopyTrade ที่ต้องการระบบเปิดกว้าง ใช้งาน VPS ได้

ไม่เหมาะกับใคร?

  • สายเทรด ทอง/คริปโต/หุ้น CFD แบบจริงจัง
  • นักลงทุนสาย “รักษาความปลอดภัยระดับสถาบัน” ที่ต้องการใบอนุญาตชั้นนำ (FCA, ASIC)
  • คนที่ชอบความ “โปร่งใสทุกมุม” โดยไม่ต้องทักซัพพอร์ตเพื่อขอข้อมูลรายจุด

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ click เพื่อเลือกอ่าน !!

สารบัญบทความ