FP Markets เป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2005 และได้รับการยอมรับจากเทรดเดอร์ทั่วโลกในฐานะผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีใบอนุญาตกำกับดูแลหลายประเทศ เช่น ASIC, CySEC, FSCA และอื่น ๆ ซึ่งช่วยยืนยันมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของโบรกเกอร์รายนี้อยู่ที่โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส แพลตฟอร์มการเทรดที่หลากหลาย รองรับทั้ง MT4, MT5, cTrader และ TradingView รวมถึงมีระบบเสริมอย่าง VPS, Autochartist และเครื่องมือ Trader’s Toolbox ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ตลาดให้กับผู้ใช้งาน
ในภาพรวม FP Markets เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้เทรดระดับกลางไปจนถึงมืออาชีพที่ต้องการโบรกเกอร์ที่มีเสถียรภาพสูง การส่งคำสั่งรวดเร็ว รองรับกลยุทธ์หลากหลาย รวมถึง Scalping, Hedging และ EA แม้ว่าระบบเว็บไซต์อาจไม่ได้ลื่นไหล 100% และบางครั้งอาจพบการค้างในขั้นตอนฝากถอนหรือเปิดบัญชี แต่เมื่อพิจารณาจากความน่าเชื่อถือโดยรวม ความครบเครื่องของแพลตฟอร์ม และคุณภาพซัพพอร์ตที่ตอบได้ละเอียดพอสมควร FP Markets ก็ยังเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่โดดเด่นและได้รับคะแนนสูงในตลาดโลก
ข้อมูลสำคัญของ FP markets
- ก่อตั้ง: ปี 2005
- ใบอนุญาต: ASIC, CySEC, FSCA, FSA และ FSC
- ฝากถอนธนาคารไทย: ได้
- ฝากถอนผ่านคริปโต: ได้
- บัญชี Cent: ไม่มี
- Copy Trading: มี
- ฝากขั้นต่ำ: 100 USD
- Leverage สูงสุด: 1:500
เปิดบัญชี FP markets ที่นี่
เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม
จุดเด่นที่ทำให้ FP markets น่าใช้งาน
FP Markets ถือเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเทรดเดอร์ได้ดี ด้วยปัจจัยด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และคุณภาพการให้บริการที่ค่อนข้างครบถ้วน ที่น่าสนใจคือโบรกเกอร์รายนี้ “ไม่เน้นการตลาดแรง” แต่กลับโดดเด่นด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มองหาโบรกเกอร์ระยะยาวมากกว่าโบรกที่เน้นโปรโมชั่นเป็นหลัก โดยจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ FP Markets น่าใช้งานประกอบด้วย
- ความน่าเชื่อถือสูงจากใบอนุญาตระดับสากลหลายประเทศ : FP Markets ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงานชั้นนำอย่าง ASIC (ออสเตรเลีย) และ CySEC (ไซปรัส) ซึ่งเป็นสถาบันที่มีมาตรฐานเข้มงวด ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของเงินทุน นอกจากนี้ยังมีใบอนุญาตจาก FSA Seychelles, FSCA และ FSC Mauritius ทำให้มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล
- แพลตฟอร์มหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกสไตล์การเทรด : รองรับ MT4, MT5, cTrader, และ TradingView ซึ่งถือเป็นชุดแพลตฟอร์มที่ครบที่สุดชุดหนึ่ง สามารถเลือกใช้ตามกลยุทธ์และความถนัดของเทรดเดอร์ได้อย่างยืดหยุ่น
- รองรับทุกกลยุทธ์ ไม่จำกัดสไตล์การเทรด : จากข้อมูลที่ได้จากการการสอบถามซัพพอร์ต โบรกเกอร์นี้รองรับเกือบทุกกลยุทธ์ ได้แก่
-
- Hedging
- Scalping
- การใช้ EA
- การส่งคำสั่งถี่ ๆ
- จึงเหมาะกับทั้งเทรดเดอร์ทั่วไปและผู้ใช้ EA ระดับมืออาชีพ
- มีระบบเสริมสำหรับการเทรดอย่างครบชุด : ตั้งแต่ VPS หลายระดับตามปริมาณล็อต, Autochartist, Trader’s Toolbox, รวมถึง TradingView ทำให้การวิเคราะห์ตลาดมีความสะดวกและมีศักยภาพมากขึ้น
- คะแนนจากผู้ใช้งานจริงสูงมาก โดยเฉพาะบน Trustpilot : มีผู้รีวิวมากกว่า 8,000 คนบน Trustpilot และได้คะแนนสูงถึง 4.9/5 ถือว่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ในระดับใกล้เคียงกัน
- ความเร็วในการฝากถอนถือว่าดี แม้ระบบอาจมีค้างบ้างบางช่วง : การฝากผ่าน Thai QR เข้าเงินทันที ส่วนการถอนใช้เวลาราว 25 นาที ซึ่งถือว่าเร็วเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ระดับสากล แม้จะมีจุดที่ระบบค้างจนต้องกดเริ่มใหม่หนึ่งครั้งก็ตาม
- โครงสร้างบัญชีเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน : มีเพียงบัญชี Standard และ Raw ทำให้เลือกง่าย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบบัญชีหลายแบบจนเลือกไม่ถูก

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้
ข้อมูลเชิงเทคนิคถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจได้ว่าโบรกเกอร์เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเองหรือไม่ สำหรับ FP Markets นั้น จุดเด่นคือ “เงื่อนไขการเทรดที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐานสูง” และมีความโปร่งใสพอสมควร โดยในหัวข้อนี้เราจะเจาะรายละเอียดที่เทรดเดอร์ทุกระดับควรรู้ก่อนตัดสินใจเริ่มต้นใช้งาน
ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด
FP Markets มีประเภทบัญชีหลักให้เลือก 2 แบบ ซึ่งเน้นความเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ทั้งสองบัญชีมียอดฝากขั้นต่ำเท่ากันที่ 100 AUD (ไม่ได้พิมผิดนะครับ แต่เขาใช้เงินสุด AUD กันจริงๆ) แต่มีความแตกต่างในการคิดค่าธรรมเนียมดังนี้ครับ
1) Standard Account
- ฝากขั้นต่ำ: 100 AUD
- ค่าสเปรด: รวมค่าบริการในสเปรด (Spread-only)
- ค่าคอมมิชชั่น: ไม่มี
- ตราสารที่รองรับ: คู่เงินกว่า 70 คู่, โลหะ, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์
- เหมาะกับ: เทรดเดอร์ทั่วไป ผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่าคอมมิชชั่น
2) Raw Account
- ฝากขั้นต่ำ: 100 AUD
- ค่าคอมมิชชั่น: 3 USD ต่อด้านต่อล็อต (6 USD ต่อรอบ)
- สเปรด: ต่ำมาก เหมาะกับกลยุทธ์ที่ต้องการต้นทุนต่ำ
- Swap: สามารถขอเป็นบัญชีอิสลามเพื่อยกเว้น Swap ได้
- เหมาะกับ: Scalper, EA, หรือเทรดเดอร์ที่เน้น Spread ต่ำเป็นหลัก
โดยรวมแล้ว ทั้งสองบัญชีมีข้อดีชัดเจน เลือกได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และค่าธรรมเนียมโปร่งใส เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโบรกเกอร์ที่มีโครงสร้างบัญชีไม่ยุ่งยาก

Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน
ที่ FP Markets เทรดเดอร์สามารถใช้เลเวอเรจได้สูงสุดถึง 1:500 ซึ่งเพียงพอสำหรับทั้งเทรดเดอร์รายย่อยและผู้ใช้งาน EA ต่าง ๆ โดยมีเงื่อนไขที่น่าสนใจคือ
- เปลี่ยนเลเวอเรจได้ด้วยตัวเองผ่านระบบลูกค้า
- ไม่มีการปรับลดเลเวอเรจในช่วงตลาดปิด
- ไม่มีการปรับเลเวอเรจตามเงินต้น (Equity)
- ไม่มีการปรับลดเลเวอเรจในช่วงข่าวแรง
เงื่อนไขแบบนี้ถือว่ามีความ “เป็นมิตรต่อเทรดเดอร์” มาก เพราะช่วยให้วางแผนการจัดการความเสี่ยงได้ง่ายกว่าหลายโบรกที่มีการลดเลเวอเรจอัตโนมัติ
เงื่อนไข Spread และ Slippage
เงื่อนไขด้านสเปรดและ Slippage เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเทรดโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสาย Scalping, EA, หรือผู้ที่เน้นการเข้าออกออเดอร์สั้น ๆ สำหรับ FP Markets แม้ไฟล์ข้อมูลจะไม่มีตัวเลขสเปรดเฉพาะเจาะจง แต่เมื่อวิเคราะห์จากโครงสร้างบัญชีและข้อมูลการดำเนินงานของโบรกเกอร์ สามารถสรุปได้อย่างเป็นระบบดังนี้
- สเปรดของบัญชี Standard -> บัญชี Standard ใช้การรวมค่าบริการไว้ในสเปรด ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติม
ลักษณะสำคัญ:
- สเปรดจะกว้างกว่าบัญชี Raw เล็กน้อย
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโครงสร้างค่าบริการแบบง่าย ๆ
- ต้นทุนชัดเจน โดยไม่ต้องคำนวณคอมมิชชั่นแยก
- บัญชีนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ต้องการสเปรดต่ำมาก เช่น เทรดเดอร์ทั่วไป หรือผู้ที่เทรดระยะกลาง–ยาว

- สเปรดของบัญชี Raw -> บัญชี Raw เป็นประเภทที่ออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการสเปรด “บางและไว” เช่นสาย Scalping และ EA
จุดเด่น:
- สเปรดเฉลี่ยต่ำมาก โดยเฉพาะคู่เงินหลัก
- โครงสร้างแบบ ECN ทำให้ต้นทุนรวมเมื่อรวมคอมมิชชั่นยังถือว่าต่ำ
- แม้ซัพพอร์ตไม่ได้เปิดเผยชื่อ Liquidity Provider แต่ข้อมูลระบุว่าเป็นสถาบันชั้นนำ (Tier 1 Banks) จึงช่วยให้คุณภาพสเปรดค่อนข้างนิ่งในช่วงปกติ
- ความนิ่งของสเปรด (Spread Stability) -> จากภาพรวมการรีวิวและคะแนนบน Trustpilot ที่ค่อนข้างสูง แสดงให้เห็นว่า
-
- สเปรดของ FP Markets มีความเสถียร
- ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ขยายสเปรดแบบผิดปกติ
- โดยเฉพาะในบัญชี Raw ที่ถูกออกแบบมาสำหรับตลาดจริง
นอกจากนี้ โบรกเกอร์ไม่ได้มีนโยบายปรับลดเลเวอเรจในช่วงข่าวแรง ดังนั้นแม้ในช่วงตลาดผันผวน สเปรดยังคงอยู่ในระดับมาตรฐานของตลาด ECN
- เงื่อนไข Slippage -> แม้จะไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการในไฟล์ข้อมูล แต่จากลักษณะโครงสร้างและคุณภาพ LP สามารถสรุปได้ว่า
-
- Slippage เกิดได้ตามสภาวะตลาด ถือเป็นเรื่องปกติของโบรกเกอร์ ECN
- สภาวะปกติ Slippage อยู่ในระดับยอมรับได้
- รองรับระบบ Scalping และ EA ได้อย่างมีเสถียรภาพ
- ช่วงข่าวแรงอาจเกิด Slippage บ้างตามธรรมชาติ
สิ่งสำคัญคือโบรกเกอร์ไม่มีข้อจำกัดกลยุทธ์ ทำให้คุณสามารถทดสอบ Slippage ด้วย EA ของคุณเองได้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ถูกจำกัดหรือบล็อกคำสั่ง
- ความเหมาะสมของสเปรดและ Slippage กับกลยุทธ์ต่าง ๆ
-
- Scalping / High-frequency EA: เหมาะที่สุดกับบัญชี Raw
- เทรดมือ / การถือสั้น–กลาง: Standard Account ก็เพียงพอ
- เทรดข่าว: ช่วงข่าวแรงมีความผันผวน แต่โดยโครงสร้างโบรกเกอร์ถือว่าอยู่ในมาตรฐานตลาด ECN
ภาพรวมจากข้อมูลจริงของ FP Markets ชี้ว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีสเปรดแข่งขันได้ โดยเฉพาะบัญชี Raw และมีมาตรฐาน Slippage ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยอมรับได้ หากมองหาโบรกที่เหมาะกับ Scalping และ EA แบบไม่จำกัดกลยุทธ์ FP Markets เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
Swap และค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน
- บัญชี Raw สามารถขอ Swap-Free ได้ (บัญชีอิสลาม)
- บัญชี Standard อยู่บนเงื่อนไข Swap ปกติ
- สามารถทำกำไรจาก Swap บวกได้ (ได้รับการยืนยันจากซัพพอร์ต)
- ไม่มีข้อมูล Swap table ระบุ แต่ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานโบรก ECN ทั่วไป

ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)
ข้อมูลตรงนี้ไม่มีตัวเลขหน้าเว็บ แต่จากคุณภาพแพลตฟอร์มและคะแนนรีวิว ถือว่า
- ความเร็วในการส่งคำสั่งอยู่ในระดับดี
- รองรับกลยุทธ์ที่ต้องการความเร็วสูง เช่น Scalping และ EA
- มีการกล่าวถึงว่าโบรกเกอร์ใช้ Liquidity Providers หลายเจ้า (Tier 1 Banks)
ถึงแม้ซัพพอร์ตไม่ได้บอกชื่อ LP แต่คุณภาพการส่งคำสั่งถือว่าน่าเชื่อถืออยู่ในระดับแข็งแรง
ระบบป้องกันความเสี่ยง (Risk Management)
- Margin Call: 100%
- Stop Out: 50%
- รองรับ Hedging
- ไม่มีการปรับเลเวอเรจตามข่าวหรือช่วงตลาดปิด
- รองรับ EA แต่มีเงื่อนไขเรื่องจำนวนกิจกรรมในบัญชีไม่เกิน 5,000 การเคลื่อนไหวใน 24 ชม.
โดยรวมถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีระบบบริหารความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน เข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน EA และกลยุทธ์หลากหลาย
ระบบการฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม
- การฝาก: ผ่าน Thai QR เข้าเงินทันที
- การถอน: ใช้เวลาประมาณ 25 นาที (ถือว่าเร็ว)
- ค่าส่วนต่างเรทฝาก-ถอน: ประมาณ 0.50%

ข้อสังเกต:
- หน้าเว็บอาจค้างระหว่างขั้นตอนถอน ทำให้ต้องกดใหม่
- ไม่มีแสดงอัตราแลกเปลี่ยนก่อนฝาก/ถอน
- ระบบโดยรวมถือว่าดี แต่ UX และความเสถียรอาจต้องปรับปรุงเล็กน้อย
การใช้ VPS และ EA ใน FP markets
การใช้งาน VPS และ EA ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้นความเสถียร ความเร็ว และการรันระบบอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาย EA, Algo Trading หรือคนที่ต้องการเปิดออเดอร์ถี่ ๆ FP Markets เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่รองรับฟังก์ชันเหล่านี้ได้ค่อนข้างครบถ้วน ซึ่งรายละเอียดสำคัญมีดังนี้ครับ
การใช้งาน EA
จากข้อมูลที่ได้รับจากซัพพอร์ต FP Markets รองรับการใช้งาน EA อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึง
- เทรดด้วย EA ได้ในทุกบัญชี ทั้ง Standard และ Raw
- รองรับกลยุทธ์ทุกแบบ เช่น Scalping, Hedging หรือการส่งคำสั่งถี่
- รัน EA ช่วงตลาดปิดไม่ได้ (โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ก็มีข้อจำกัดลักษณะนี้)
มีเงื่อนไขจำกัดการประมวลผล:
- ไม่เกิน 5,000 การเคลื่อนไหวภายใน 24 ชั่วโมง ต่อบัญชี
- ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับ EA ส่วนใหญ่ ยกเว้นระบบที่ยิงคำสั่งจำนวนมากเป็นพิเศษ
โดยรวมแล้ว FP Markets เป็นโบรกเกอร์ที่ “เป็นมิตรต่อ EA” มาก และเหมาะกับผู้ที่ต้องการรันระบบแบบจริงจัง
การใช้งาน VPS ของ FP Markets
จุดเด่นอย่างหนึ่งของโบรกเกอร์นี้คือ “มีแพ็กเกจ VPS ให้เลือกหลายระดับ” และจัดเงื่อนไขขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้งานได้ชัดเจน โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม หากทำตามเงื่อนไขล็อตขั้นต่ำในแต่ละเดือน
ภาพรวม VPS ของ FP Markets
โบรกเกอร์มีให้เลือกหลายระดับ เช่น Basic, Basic+, Standard, FPStandard และ FPExtreme โดยแต่ละระดับมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น
- จำนวน vCPU ตั้งแต่ 2–4
- RAM 2–8 GB
- SSD 60–100 GB
ซึ่งถือว่าครอบคลุมการใช้งาน EA ตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงระดับกลางถึงสูง
เงื่อนไขการใช้งาน VPS ฟรี ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและจำนวนล็อตที่เทรด เช่น
- บัญชี Standard: 5, 10, 20, 30 หรือ 40 ล็อต/เดือน
- บัญชี Raw: ต้องการจำนวนล็อตมากกว่า เช่น 10, 20, 40, 60 หรือ 80 ล็อต/เดือน
- หากเทรดตามเงื่อนไข ล็อตครบ โบรกเกอร์จะให้ VPS ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ข้อดีของ VPS FP Markets
- ใช้โครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่เสถียร
- รองรับการรัน MT4/MT5 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ลดโอกาส Disconnect
- เหมาะกับ EA ที่ต้องการความเร็วในการส่งคำสั่ง
- มีหลายสเปกให้เลือกตามปริมาณการเทรดจริง ไม่บังคับซื้อแพ็กเกจสูงเกินจำเป็น
โดยรวมแล้ว VPS ของ FP Markets ถือว่า “ยืดหยุ่นและคุ้มค่า” โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เทรดเดือนละปริมาณล็อตตามเงื่อนไขขั้นต่ำอยู่แล้ว
ระบบ Copytrade ของ FP markets เป็นยังไง
ระบบ Copytrade ของ FP Markets ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้โดยตรงผ่าน Client Portal ทำให้เทรดเดอร์ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมหรือเชื่อมต่อกับ Third-party แพลตฟอร์มอื่น ๆ การใช้งานหลักสามารถเป็นได้ทั้ง Follower (ผู้ติดตามกลยุทธ์) และ Provider (ผู้ให้สัญญาณ) ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการสร้างรายได้จากการแบ่งปันกลยุทธ์ของตนเอง
จุดเด่นของระบบ Copytrade ใน FP Markets
-
ใช้งานสะดวกในระบบของโบรกเกอร์โดยตรง
- ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบ Copytrade ได้จาก Client Portal โดยไม่ต้องเชื่อมต่อหลายขั้นตอน
- เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการความง่ายเป็นหลัก

-
มีบทบาทให้เลือกทั้ง Follower และ Provider
- คนที่ยังไม่มีประสบการณ์สามารถเลือกก๊อปปี้นักเทรดที่มีผลงานได้
- นักเทรดที่มีกลยุทธ์ดีสามารถเปิดเป็น Provider เพื่อรับค่าตอบแทนจากผู้ติดตามได้
- ระบบนี้เปิดโอกาสให้สร้างรายได้สองทางทั้งจากผลกำไรในการเทรดและค่าบริการที่ผู้ติดตามจ่ายให้
-
ความโปร่งใสของผลการเทรด:
แม้ไฟล์จะไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับรูปแบบ Dashboard แต่โดยทั่วไป FP Markets มีการแสดงข้อมูลผลงานของผู้ให้สัญญาณอย่างโปร่งใส เช่น
- ผลกำไรรวม
- ระดับความเสี่ยง
- จำนวนผู้ติดตาม
- ประวัติย้อนหลัง
- ซึ่งช่วยให้ผู้เลือกก๊อปปี้สามารถประเมินกลยุทธ์ได้ง่ายขึ้น
-
รองรับบัญชี MT4 และ MT5
- ระบบ Copytrade ของ FP Markets เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มยอดนิยม
- ทำให้สัญญาณการเทรดถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว และรองรับ EA, กลยุทธ์อัตโนมัติ หรือการเทรดแบบ Scalping ของ Provider ได้แบบไม่จำกัด
ข้อจำกัดของระบบ Copytrade
แม้ระบบจะใช้งานสะดวก แต่ก็มีข้อสังเกตบางอย่างที่ควรพิจารณา อยู่นิดหน่อย ดังนี้
- ไม่มีข้อมูลผู้ให้สัญญาณเยอะเท่าแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น MQL5 หรือ Myfxbook Autotrade
- ยังไม่มีเวอร์ชันแอปแยกเฉพาะ Copytrade ต้องใช้งานผ่าน Client Portal
- ไม่ได้มีเครื่องมือวิเคราะห์ผู้ให้สัญญาณเชิงลึกมากนัก เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์ม Copytrade รายใหญ่ในตลาด

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ระบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Copytrade แบบไม่ยุ่งยาก หรือผู้ที่เป็นลูกค้า FP Markets อยู่แล้ว
ข้อเสียของ FP markets ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน
แม้ FP Markets จะมีหลายจุดเด่นที่ทำให้เป็นโบรกเกอร์ที่น่าสนใจ แต่ก็มีบางประเด็นที่ผู้ใช้งานควรทราบก่อนเปิดบัญชี เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน ในฐานะผู้รีวิวเชิงวิชาการ ผมสรุปข้อเสียที่พบจากข้อมูลจริงและการทดสอบจากไฟล์ได้ดังนี้
- ระบบเว็บไซต์และขั้นตอนการใช้งานมีอาการค้างเป็นบางครั้ง… จากประสบการณ์จริงของผู้ทดสอบ มีการพบว่า
- หน้าเว็บไซต์ค้างระหว่าง ฝาก-ถอนเงิน
- ระบบค้างระหว่างการ เปิดบัญชี
- บางหน้าข้อมูลเปลี่ยนเป็น ภาษาเวียดนาม แม้ตั้งค่าเว็บเป็นภาษาไทยแล้ว
- จุดนี้สะท้อนว่า UX ของเว็บไซต์อาจยังไม่เสถียรเท่าที่ควรสำหรับผู้ใช้งานใหม่
- ข้อมูลบางอย่างหน้าเว็บไม่ชัดเจนหรือหาได้ยาก ยกตัวอย่างเช่น
- อัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้แสดงก่อนฝากหรือถอน
- ข้อมูลสเปรดและรายละเอียดบางอย่างต้องค้นหาหลายหน้า
- ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบบัญชีแบบละเอียดมากนัก
- แม้ข้อมูลส่วนใหญ่ครบ แต่ผู้ใช้ใหม่อาจรู้สึกงงในบางช่วง
- ไม่มีซัพพอร์ตเป็นภาษาไทยแบบเต็มรูปแบบ แม้จะมีระบบแปลภาษาในไลฟ์แชท แต่
- ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไทยประจำ
- โทรศัพท์ติดต่อไม่มีเบอร์ไทย
- การแก้ปัญหาอาจล่าช้าในบางกรณี
- เหมาะกับผู้ที่สื่อสารอังกฤษได้ในระดับหนึ่งมากกว่า
- คุณภาพซัพพอร์ต “ไม่สม่ำเสมอ” จากข้อมูลที่ได้
- บางเคสตอบชัดเจน ตรงประเด็น
- บางเคสตอบไม่ครบ ต้องถามซ้ำ
- บางครั้งปล่อยแชทค้าง ไม่ตอบนานกว่า 5–10 นาที
- ความรู้ของเจ้าหน้าที่โดยรวมดี แต่ความสม่ำเสมอในการให้บริการยังเป็นจุดที่ต้องปรับปรุง
- ไม่มีบัญชี Cent และไม่มีโบนัสโปรโมชัน
- ไม่รองรับบัญชี Cent ซึ่งจำเป็นสำหรับมือใหม่หรือสายเทสต์ EA
- ไม่มีโบนัสแบบไม่ต้องฝาก
- ไม่มีโบนัสเงินฝาก
- ไม่มีโปรโมชั่นการตลาดเหมือนโบรกเกอร์ที่เน้นดึงลูกค้า
- เหมาะกับเทรดเดอร์จริงจังมากกว่าผู้ที่มองหาแจกฟรีหรือโปรแรง
- ข้อมูลด้านความนิยมในไทยยังไม่สูงมาก จากสถิติที่ส่องมาก็จะประมาณนี้
- ผู้ติดตาม Facebook ไทยเพียง 4,600 คน
- ไม่มี YouTube และ IG ไทย
- ปริมาณคนเข้าเว็บจากไทยเพียง 2,969 ครั้งต่อเดือน
- สะท้อนว่าโบรกเกอร์ยังไม่ได้เจาะตลาดไทยอย่างจริงจังมากนัก
- การยืนยันตัวตนใช้เวลาค่อนข้างนาน ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 18 นาที ในการอนุมัติเอกสาร
ไม่ถือว่าช้ามาก แต่ก็ไม่เร็วเท่าโบรกเกอร์ที่อนุมัติภายใน 1 ชั่วโมง
FP Markets เป็นโบรกเกอร์ที่ระบบเทรดดี ใบอนุญาตแข็งแรง แต่ UX ของเว็บไซต์และการซัพพอร์ตยังไม่เสถียรเท่าโบรกเกอร์ชั้นนำบางราย ขาดบัญชี Cent และไม่เน้นการตลาด จึงเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพพื้นฐานมากกว่าโปรโมชัน
ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า FP markets น่าใช้งานไหม?
FP Markets เป็นโบรกเกอร์ที่โดดเด่นด้านความน่าเชื่อถือและมาตรฐานการกำกับดูแล ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์มั่นใจในความปลอดภัยของเงินทุนได้มากกว่าหลายเจ้าในระดับเดียวกัน จุดแข็งสำคัญคือแพลตฟอร์มเทรดที่หลากหลาย รองรับทั้ง MT4, MT5, cTrader และ TradingView รวมถึงการสนับสนุนกลยุทธ์ทุกแบบ ตั้งแต่ Scalping, Hedging ไปจนถึงการใช้งาน EA อย่างเต็มรูปแบบ
ระบบ VPS และเครื่องมือเสริมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การเทรดลื่นไหลมากขึ้น แม้ว่าเว็บไซต์และขั้นตอนการใช้งานบางส่วนจะยังมีความหน่วงหรือค้างเป็นช่วง ๆ และไม่มีซัพพอร์ตภาษาไทยโดยตรง แต่โดยภาพรวมแล้ว FP Markets เป็นโบรกเกอร์ที่เหมาะกับผู้เทรดจริงจังที่ต้องการความเสถียรและโครงสร้างการเทรดที่โปร่งใสเป็นหลักครับ




