⚠ ไม่แนะนำโบรกเกอร์นี้ไม่แนะนำ — เนื่องจากมีระดับความน่าเชื่อถือต่ำและมีประวัติข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน
3.25
คะแนนรวม (จาก 10 คะแนน)
 
Credibility Icon
ความน่าเชื่อถือ
3.01
Service Fee Icon
ค่าบริการ
8.08
Deposit and Withdrawal Icon
การฝากถอน
8.27
Trading Quality Icon
คุณภาพการเทรด
5.57
Trading Experience Icon
ประสบการณ์การเทรด
7.14
Ease of use Icon
ความง่ายในการใช้งาน
8.60
รีวิวโบรกเกอร์ Weltrade

Weltrade ถือเป็นโบรกเกอร์รุ่นเก๋าที่อยู่คู่ตลาดไทยมานานครับ ทำให้มีจุดเด่นเรื่องความเข้าใจคนไทย ทั้งระบบที่ใช้งานง่าย , การฝาก-ถอนผ่านธนาคารไทยที่รวดเร็ว และมีซัพพอร์ตทาง LINE โดยตรง

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีข้อที่น่ากังวลไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมการถอนที่ค่อนข้างแพง รีวิวนี้จะพาไปชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสียให้ดูกันชัดๆ ครับ

ข้อมูลสำคัญของ Weltrade

  • ก่อตั้ง: ปี 2006
  • ใบอนุญาต: FSCA
  • ฝากถอนธนาคารไทย: ได้
  • ฝากถอนผ่านคริปโต: ได้
  • Copy Trading: มี
  • ฝากขั้นต่ำ: 5 USD
  • ถอนขั้นต่ำ: 5 USD
  • Leverage สูงสุด: 1:2000
  • Spread+ค่าคอม EUR/USD: 9.05 USD/Lot
  • Spread+ค่าคอม XAUUSD: 15.72 USD/Lot

เปิดบัญชี Weltrade

ขั้นตอนสมัคร เปิดบัญชี ฝาก-ถอน

จุดเด่นที่ทำให้ Weltrade น่าใช้งาน

หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ Forex ที่ใช้งานง่าย รองรับภาษาไทย และตอบโจทย์ทั้งผู้เริ่มต้นและเทรดเดอร์มืออาชีพ Weltrade คือหนึ่งในชื่อที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์ระดับ “ท็อปโลก” แต่ Weltrade ก็มีจุดเด่นหลายด้านที่ทำให้เหมาะกับเทรดเดอร์ไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องระบบที่เข้าถึงง่ายและบริการหลังบ้านที่มีคุณภาพ

1. เปิดให้บริการมายาวนาน มีประสบการณ์สูง

Weltrade เริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งหมายความว่าบริษัทมีประสบการณ์มากกว่า 18 ปีในตลาด forex ถือเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่มีอายุการดำเนินงานยาวนานกว่าหลายเจ้าที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังเข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งถือว่าเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานชาวไทยเป็นอย่างดี

2. ระบบใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่

เว็บไซต์และแดชบอร์ดของ Weltrade ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายมาก แม้แต่คนที่ไม่เคยเปิดบัญชีโบรกเกอร์มาก่อนก็สามารถสมัครและยืนยันตัวตนได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 วัน ซึ่งถือว่าเร็วและสะดวกมาก โดยเฉพาะการยืนยันตัวตนแบบ KYC ที่สามารถทำผ่านมือถือได้ทันที

จุดเด่นเพิ่มเติมในระบบใช้งาน

  • มีแอปมือถือ “Weltrade: Online Investing” ที่ทำทุกอย่างได้ในแอปเดียว ทั้งเทรด, ฝาก–ถอน, ดูกราฟ และ Copy Trade
  • รองรับทั้งแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MT4 และ MT5
  • ใช้ระบบ interface ที่เป็นภาษาไทยเต็มรูปแบบ
จุดเด่นด้านประสบการณ์ของโบรกเกอร์ Weltrade
จุดเด่นของ weltrade ที่น่าจับตามอง

3. ระบบฝาก–ถอนเงินผ่านธนาคารไทย รวดเร็ว รองรับ 7 วัน

Weltrade รองรับการฝากและถอนผ่านธนาคารไทยโดยตรง เช่น SCB, BBL, KBank ฯลฯ และยังสามารถฝากผ่าน QR Code ได้ด้วย ทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็ว สะดวก และไม่ต้องแปลงสกุลเงิน

ข้อมูลจริงจากการทดสอบ

  • ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 6 นาที สำหรับการถอน
  • ฝากขั้นต่ำเริ่มที่ 5 USD
  • รองรับการฝาก–ถอนทุกวัน รวมถึงวันเสาร์–อาทิตย์
ความสะดวกและรวดเร็วของระบบฝากถอน Weltrade
ถอนเงินไว ถอนได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นวันเสาร์หรืออาทิตย์

4. มีบัญชี Micro เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและคนงบน้อย

Weltrade มีบัญชีประเภท Micro ที่ให้เทรดด้วยเงินเพียง 1 USD และใช้หน่วยการเทรดแบบ Cent Lot เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองระบบจริงโดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ช่วยให้มือใหม่ฝึกเทรดได้อย่างปลอดภัยก่อนเข้าสู่บัญชีจริงจัง

5. ระบบ Copy Trade ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

หนึ่งในจุดแข็งของ Weltrade คือระบบ Copy Trading ที่ใช้งานได้ทันทีจากหน้าแดชบอร์ดของสมาชิก ไม่จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์เสริมหรือเปิดหน้าต่างแยก ผู้ใช้งานสามารถเลือกกลยุทธ์จากเทรดเดอร์ที่เปิดเผยผลลัพธ์ไว้ และสามารถตั้งค่าระดับความเสี่ยงได้ตามต้องการ

จุดเด่นของระบบ Copy Trade Weltrade

  • มีกลยุทธ์ให้เลือกมากกว่า 240 กลยุทธ์
  • มีระบบคัดกรองกลยุทธ์ตามผลตอบแทน, ระยะเวลา, และความเสี่ยง
  • เหมาะกับผู้ไม่มีเวลาวิเคราะห์ตลาดด้วยตนเอง

6. การซัพพอร์ตที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะผ่าน LINE

Weltrade มีทีมงานคนไทยที่ให้บริการผ่าน LINE Official (@weltrade.th) ซึ่งตอบเร็ว ให้คำแนะนำละเอียด และพูดจาเป็นกันเอง ต่างจากหลายโบรกเกอร์ที่อาจต้องติดต่อผ่านอีเมลหรือแชทภาษาอังกฤษ

จุดเด่น

  • ให้ข้อมูลครบ ไม่กั๊ก
  • ตอบไวในเวลาทำการ
  • เป็นช่องทางที่เทรดเดอร์ไทยหลายคนแนะนำ

7. มีแอปพลิเคชันเทรดบนมือถือที่ครบเครื่อง

แอป “Weltrade: Online Investing” ไม่ได้แค่ดูกราฟหรือเทรดได้ แต่ยังรวมทุกฟีเจอร์ที่จำเป็น เช่น

  • การฝาก–ถอนผ่านแอป
  • การเปิดออเดอร์ / ปิดออเดอร์
  • การดูประวัติการเทรด
  • ระบบ Copy Trade ในแอปเดียว

UX/UI ถูกออกแบบให้คล้ายกับ TradingView ทำให้ใช้งานง่ายแม้บนหน้าจอมือถือขนาดเล็ก

8. รองรับภาษาไทยและภาษาอื่น ๆ อีกมาก

นอกจากภาษาไทยแล้ว Weltrade ยังรองรับมากกว่า 10 ภาษา เช่น อังกฤษ, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, มาเลย์, จีน, ลาว, ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ซึ่งเหมาะกับการเติบโตในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้

การเลือกโบรกเกอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ชื่อเสียงหรือการตลาดเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ข้อมูลเชิงเทคนิค” ที่จะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การเทรดจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเภทบัญชี, สเปรด, ค่าคอมมิชชั่น, Swap, Leverage, ความเร็วในการส่งคำสั่ง ไปจนถึงค่าธรรมเนียมในการฝาก–ถอนเงิน

ในหัวข้อนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกข้อมูลทางเทคนิคของ Weltrade แบบละเอียด เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าโบรกเกอร์นี้เหมาะกับกลยุทธ์การเทรดของคุณหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเทรดสั้น (Scalping), เทรดข่าว, หรือถือยาวแบบ Swing Trader ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักเทรดควรพิจารณาก่อนเลือกใช้โบรกเกอร์ คือ “ประเภทบัญชี” ที่มีให้เลือก และ “ต้นทุนการเทรด” ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกำไรขาดทุนในระยะยาว

Weltrade มีบัญชีให้เลือกทั้งหมด 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Micro, Premium, และ Pro ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับนักเทรดแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่มือใหม่ที่เริ่มต้นด้วยทุนหลักร้อย ไปจนถึงเทรดเดอร์มืออาชีพที่เน้นต้นทุนต่อคำสั่งให้ต่ำที่สุด

ประเภทบัญชีสเปรดเฉลี่ย (EURUSD)ค่าคอมมิชชั่นเหมาะสำหรับฝากขั้นต่ำ
Micro19.05 USDไม่มีมือใหม่ งบน้อย1 USD
Premium19.05 USDไม่มีเทรดทั่วไป25 USD
Pro9.05 USDไม่มีเทรดจริงจัง100 USD

 

บัญชี Micro – เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 1 USD

เหมาะสำหรับ -> มือใหม่, ผู้ที่ต้องการทดลองระบบจริงก่อนเทรดจริงจัง

คุณสมบัติเด่น

  • ใช้หน่วยเทรดแบบ Cent Lot
  • ฝากขั้นต่ำเพียง 1 USD
  • ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
  • สเปรดเฉลี่ย EURUSD: 05 USD/Lot
  • Swap: เท่ากับบัญชี Premium
  • ใช้ได้ทั้ง MT4 และ MT5

สรุป: เหมาะสำหรับทดลองระบบเทรดหรือฝึกวินัยการวางแผน

บัญชี Premium – สำหรับนักเทรดทั่วไป

เหมาะสำหรับ -> เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ระดับกลาง ต้องการความเรียบง่าย

คุณสมบัติเด่น

  • ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
  • ค่าธรรมเนียมรวมอยู่ในสเปรด
  • สเปรดเฉลี่ย EURUSD: 05 USD/Lot
  • Swap EURUSD ฝั่ง Long: -16, Short: -7.5
  • ฝากขั้นต่ำ: 25 USD
  • เลเวอเรจสูงสุด: 1:1000

สรุป: เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากคิดค่าคอมฯ แยก อยากดูต้นทุนรวมในสเปรดชัดเจน

เปรียบเทียบประเภทบัญชีของโบรกเกอร์ Weltrade
บัญชีของ weltrade มีให้เลือกได้หลากหลาย ซึ่งดีต่อเทรดเดอร์ที่มีต้นทุนแตกต่างกันครับ

บัญชี Pro – ต้นทุนต่ำ เหมาะกับเทรดเดอร์จริงจัง

เหมาะสำหรับ -> เทรดเดอร์มืออาชีพ, เทรดไม้ใหญ่, กลยุทธ์ที่เน้นต้นทุนต่ำ

คุณสมบัติเด่น

  • ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
  • สเปรดต่ำกว่าทุกบัญชี
  • EURUSD สเปรดเฉลี่ย: 05 USD/Lot
  • XAUUSD (ทองคำ): 3 USD/Lot (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโบรกเกอร์ทั่วไป)
  • BTCUSD: 25.29 USD, ETHUSD: 69.76 USD
  • Swap ต่ำมาก โดยเฉพาะคริปโต (BTC: -0.2)
  • ฝากขั้นต่ำ: 100 USD
  • เหมาะกับกลยุทธ์ Overtrade หรือเข้าไม้ใหญ่

สรุป: เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการ “ประหยัดต้นทุนต่อคำสั่ง” และเน้นผลกำไรต่อครั้งมากกว่าการเทรดถี่ ๆ

Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน

  • Micro: Leverage สูงสุด 1:2000
  • Premium / Pro: Leverage สูงสุด 1:1000

เงื่อนไข Margin Call / Stop Out ทุกบัญชี: 100% / 10%

เงื่อนไขการใช้งาน Leverage กับประเภทบัญชี

  1. บัญชี Micro
    • ได้รับ Leverage สูงสุดถึง 1:2000
    • เปิดออเดอร์ในหน่วย Cent Lot (1 Lot = 1,000 หน่วยแทนที่จะเป็น 100,000 หน่วย)
    • ช่วยให้ใช้ทุนเริ่มต้นต่ำมาก เหมาะกับการเทรดเพื่อฝึกฝนหรือทดสอบระบบ
  1. บัญชี Premium
    • Leverage สูงสุด 1:1000
    • ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
    • เหมาะกับเทรดเดอร์ทั่วไปที่เน้นเทรดด้วยเงินทุนปานกลาง และไม่ต้องการคำนวณค่าคอมมิชชั่นแยก
  1. บัญชี Pro
    • Leverage สูงสุด 1:1000
    • สเปรดต่ำ ต้นทุนต่อคำสั่งต่ำที่สุด
    • เหมาะกับนักเทรดจริงจังที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากต้นทุนการเทรด

Leverage ใน Weltrade ถือว่า “ให้ความยืดหยุ่นสูง” และครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงเทรดเดอร์ระดับจริงจัง โดยเฉพาะในบัญชี Pro ที่ให้ต้นทุนต่ำ + Leverage สูง ทำให้เหมาะกับผู้ที่มีกลยุทธ์ชัดเจน

แต่ไม่ว่า Leverage จะสูงแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ “วินัย” และ “การจัดการความเสี่ยง” หากคุณใช้ Leverage อย่างมีสติ มันจะกลายเป็นเครื่องมือสร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังมากกว่าการเป็นกับดักทางจิตวิทยาครับ

เงื่อนไข Spread และ Slippage

หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อ “ต้นทุนการเทรดจริง” โดยตรงคือ Spread และ Slippage ซึ่งมักถูกมองข้ามโดยเทรดเดอร์มือใหม่ แต่ในความเป็นจริง มันคือจุดที่สามารถสร้างความแตกต่างระหว่างการทำ “กำไร” หรือ “ขาดทุน” ได้เลยทีเดียว

ในหัวข้อนี้ เราจะพาคุณไปดูว่า Weltrade มีนโยบายและระดับความโปร่งใสแค่ไหนในเรื่องของสเปรด (Spread) และความคลาดเคลื่อนของราคาสั่งซื้อ (Slippage)

ระดับ Spread ของ Weltrade

Weltrade ใช้โมเดล บัญชีแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น โดยรวมค่าธรรมเนียมไว้ใน Spread ทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นต้นทุนได้ชัดเจน ไม่ต้องคำนวณหลายขั้นตอน

ประเภทบัญชีคู่เงินหลัก (EURUSD)คู่ทองคำ (XAUUSD)คริปโต (BTCUSD)
Micro19.05 USD/Lot24.21 USD/Lot25.29 USD/Lot
Premium19.05 USD/Lot24.31 USD/Lot25.29 USD/Lot
Pro9.05 USD/Lot12.3 USD/Lot23.57 USD/Lot

 

สังเกตได้ว่า บัญชี Pro มี Spread ต่ำที่สุด เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดต้นทุนให้ได้มากที่สุดต่อคำสั่ง

ผลการทดสอบ Slippage และความเร็วของ Weltrade

จากการทดสอบจริงทั้งในช่วงปกติและช่วงที่มีข่าวแรง พบว่าระบบของ Weltrade มีความเสถียรในระดับน่าพอใจ

สถานการณ์เวลาเฉลี่ยในการเปิดคำสั่งความเปลี่ยนแปลงของ Spread
ช่วงปกติ512.94 msสเปรดเฉลี่ยตามปกติ
ช่วงข่าวแรง504.54 msสเปรดพุ่งขึ้นสูงสุด 350 จุด
เวลากลับสู่ปกติประมาณ 240 วินาทีสเปรดกลับมาระดับเดิม

 

เหมาะกับใคร?

  • เทรดเดอร์สาย Scalping หรือเทรดถี่
  • คนที่ต้องการเปิด–ปิดออเดอร์เร็ว โดยไม่อยากเจอ Requote
  • สายเทรดข่าว ที่ต้องการความเร็วในการส่งคำสั่งในจังหวะสำคัญ

Swap และค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน

หนึ่งในต้นทุนที่เทรดเดอร์จำนวนมาก “มองข้าม” แต่กลับมีผลอย่างมากต่อกำไรในระยะยาวคือ Swap หรือ ค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อคุณเปิดออเดอร์ค้างข้ามวัน (เวลาเซิร์ฟเวอร์ 00:00)

ในหัวข้อนี้ เราจะพาคุณไปรู้จัก Swap แบบละเอียด พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบจริงจากแต่ละประเภทบัญชีของ Weltrade เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่าก่อนถือออเดอร์ยาว

ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)

ในโลกของการเทรดออนไลน์ “ความเร็วในการส่งคำสั่ง” หรือ Execution Speed ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของการเข้าออเดอร์ ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์สาย Scalping ที่ต้องการความแม่นยำระดับมิลลิวินาที หรือเทรดเดอร์รายวันทั่วไป การที่คำสั่งซื้อ–ขายถูกประมวลผลเร็วและตรงราคาที่ต้องการ คือหัวใจของกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ

  • ยิ่ง เร็ว → ยิ่งแม่นยำ ราคานิ่ง เสี่ยง Slippage น้อย
  • ยิ่ง ช้า → มีโอกาสเจอ Slippage หรือ Requote มากขึ้น
ประเภทคำสั่งความเร็วเฉลี่ย
ก่อนข่าว512.94 ms
ขณะข่าว504.54 ms

 

เหมาะกับใคร?

  • เทรดเดอร์สาย Scalping ที่ต้องการเข้าออกออเดอร์เร็ว
  • เทรดเดอร์ที่เทรดช่วงข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญ
  • ผู้ใช้ EA หรือ Robot ที่ต้องการ Execution ที่แม่นยำ
  • นักลงทุนระยะสั้น ที่ต้องการควบคุมจุดเข้าออกให้แม่น

ในภาพรวม Weltrade ทำผลงานได้ดีมากในด้าน Execution Speed โดยเฉพาะบัญชี Pro ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการเทรดแบบมืออาชีพ เปิด–ปิดออเดอร์ได้แม่นยำ ไม่ต้องกลัวคำสั่งดีเลย์หรือราคาขยับทันทีที่กด

หากคุณต้องการโบรกเกอร์ที่ “ไว เสถียร และไม่มี Requote” แม้จะเทรดในช่วงที่มีข่าวแรง Weltrade ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือในตลาดปี 2025 นี้

ฟังก์ชันการทำงานของแอปพลิเคชัน Weltrade
Weltrade มีฟังก์ชั่นที่หลากหลาย พร้อมบริการให้เทรดเดอร์ไม่ว่าจะเป็น Tools ที่ใช้ดูกราฟ, การส่งคำสั่งที่เร็ว, ฝากถอนไว

ระบบการฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม

การฝาก–ถอนเงิน คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องพิจารณาเมื่อเลือกใช้โบรกเกอร์ เพราะต่อให้ระบบเทรดดีแค่ไหน แต่หากขั้นตอนการฝากหรือถอนยุ่งยาก ใช้เวลานาน หรือมีค่าธรรมเนียมสูง ก็อาจส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานโดยรวม

Weltrade ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีระบบฝาก–ถอนเงิน “เข้าถึงง่าย” สำหรับคนไทย เพราะรองรับธนาคารในประเทศ ใช้งานง่ายผ่านหน้าเว็บและแอป พร้อมรองรับธุรกรรมตลอด 7 วัน

ตัวอย่าง “เรทฝาก–ถอน” และผลกระทบจริง

  • ยอดฝาก: 3,646.98 THB
  • ยอดถอน: 3,560.43 THB
  • ผลต่างเรทสุทธิ: -2.37%

แปลว่าเทรดเดอร์จะเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 2.37% ทุกครั้งที่ “ฝากแล้วถอนออก” โดยไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากการเทรด

รายการฝากผ่านธนาคารไทยถอนผ่านธนาคารไทย
ฝากขั้นต่ำ5 USD-
ถอนขั้นต่ำ-5 USD
ค่าธรรมเนียมถอน-1.50%
เวลาดำเนินการทันทีประมาณ 6 นาที
รายการฝากผ่านธนาคารไทยถอนผ่านธนาคารไทย

 

ข้อสังเกต: เรทฝาก–ถอนต่างกันประมาณ -2.37%

หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ถอนบ่อยหรือเทรดไม้เล็ก แนะนำให้วางแผน “ถอนครั้งเดียวแบบรวมยอด” เพื่อประหยัดค่าธรรมเนียม และหลีกเลี่ยงการถอนทีละน้อย เพราะค่าธรรมเนียม 1.5% ต่อครั้งจะกินผลกำไรของคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว

สำหรับผู้ที่ใช้ บัญชี Pro ซึ่งเน้นเทรดไม้ใหญ่ ควรฝากเงินเข้าให้พอดีกับจำนวนไม้ที่วางแผนไว้ และถอนเฉพาะตอนทำกำไรจบ เพื่อให้ “ต้นทุนการฝาก–ถอน” คุ้มค่าที่สุดต่อรอบเทรด

ระบบป้องกันความเสี่ยง (Risk Management)

Weltrade ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแยกเงินของลูกค้ากับบริษัท จึงควรใช้การบริหารความเสี่ยงร่วมกันอย่างรัดกุม เช่น การตั้ง Stop Loss และเลือก Leverage ให้เหมาะสม

การใช้ VPS และ EA ใน Weltrade

Weltrade เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ EA และ VPS ในการเทรดแบบจริงจัง โดยเฉพาะบนบัญชี Pro ที่ให้ความเร็วและความเสถียรสูง อย่างไรก็ตาม คุณจะต้องจัดการด้าน VPS เองทั้งหมด เพราะไม่มีบริการฟรีจากทางโบรกเกอร์

ระบบ Copytrade ของ Weltrade เป็นยังไง?

Weltrade ให้บริการ Copy Trade ผ่านหน้าแดชบอร์ดสมาชิกโดยตรง (ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมเสริม) ซึ่งสะดวกมากสำหรับผู้ใช้งานชาวไทย

ขั้นตอนการใช้งานระบบ Copy Trade ของ Weltrade
ระบบ Copytrade ง่ายต่อการใช้งาน ขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน เทรดเดอร์มือใหม่พร้อมทำตามได้เลย

วิธีใช้งานเบื้องต้น

  1. ล็อกอินเข้าบัญชี Weltrade ผ่านเว็บไซต์หรือแอป
  2. เข้าเมนู “Copy Trade” ในพื้นที่สมาชิก
  3. เลือกนักเทรดต้นแบบจากระบบ
  4. ดูผลลัพธ์ย้อนหลัง ความเสี่ยง และจำนวนผู้ติดตาม
  5. ตั้งค่าระดับความเสี่ยงที่คุณต้องการ (ตามทุนของคุณ)
  6. ยืนยันการคัดลอก → ระบบจะเริ่มทำงานทันที

ข้อดีของ Copytrade บน Weltrade

จุดเด่นที่น่าสนใจรายละเอียด
ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนเหมาะกับมือใหม่ หรือคนไม่มีเวลาเฝ้ากราฟ
ระบบอยู่ในเว็บไซต์หลักไม่ต้องติดตั้งแอปภายนอก
มีตัวกรองให้เลือกกลยุทธ์ได้อย่างชัดเจนค้นหากลยุทธ์ที่ตรงเป้าหมายได้ง่าย
แสดงผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น
รองรับภาษาไทยใช้งานสะดวก โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น

 

เหมาะกับใคร?

  • มือใหม่ที่ยังไม่มั่นใจในการเทรดเอง
  • ผู้ที่ต้องการเรียนรู้จากกลยุทธ์ของเทรดเดอร์เก่ง ๆ
  • คนที่ไม่มีเวลาเฝ้ากราฟ
  • ผู้ที่อยากกระจายความเสี่ยงโดยลงทุนตามหลายกลยุทธ์

เคล็ดลับการเลือกกลยุทธ์ Copy Trade ให้คุ้มค่า

  • อย่าดูแค่ “ผลตอบแทนสูงสุด” → ควรดูควบคู่กับความเสี่ยงและระยะเวลาการเทรด
  • ทดลองคัดลอกในจำนวนเล็กก่อน แล้วค่อยเพิ่มทุน
  • กระจายการลงทุนในหลายกลยุทธ์ แทนการเทหมดกับเทรดเดอร์เดียว
  • หมั่นตรวจสอบประสิทธิภาพทุกสัปดาห์ เพราะตลาดเปลี่ยนตลอดเวลา

ข้อเสียของ Weltrade ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน

แม้ว่า Weltrade จะเป็นโบรกเกอร์ที่ใช้งานง่าย ระบบเสถียร มีภาษาไทย และมีจุดเด่นหลายด้าน แต่ก็เหมือนกับโบรกเกอร์ทั่วไปที่ไม่มีใคร “สมบูรณ์แบบ” ไปเสียทุกด้าน โดยเฉพาะหากคุณเป็นนักเทรดที่เน้นความโปร่งใสระดับสากล หรือต้องการต้นทุนในการฝาก ถอนที่ต่ำที่สุด

ข้อจำกัดและข้อควรพิจารณาของโบรกเกอร์ Weltrade
ถึงแม้ weltrade จะมีข้อดีอยู่หลายข้อ แต่ก็มีบ้างที่เขาจะพลากในบางจุด

1. ยังไม่มีใบอนุญาตระดับ Tier-1 จากองค์กรชั้นนำ

แม้ Weltrade จะได้รับใบอนุญาตจาก FSCA ของแอฟริกาใต้ (เลขที่ 50691) ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง แต่ก็ ยังไม่มีใบอนุญาตระดับ Tier-1 อย่างเช่น

  • FCA (อังกฤษ)
  • ASIC (ออสเตรเลีย)
  • CySEC (ไซปรัส)

สำหรับเทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับ “ความโปร่งใสระดับสากล” อาจมองว่าความน่าเชื่อถือยังไม่สูงเท่ากับโบรกเกอร์ระดับท็อป

2. สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศหมู่เกาะ (Offshore)

สำนักงานใหญ่ของ Weltrade อยู่ในประเทศ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ Offshore ที่โบรกเกอร์หลายรายใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านภาษีและกฎ

ข้อกังวลจากมุมมองผู้ใช้

  • มักถูกมองว่ามีความโปร่งใสน้อย
  • หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น การดำเนินคดีหรือไกล่เกลี่ยจะทำได้ยาก

3. ไม่เป็นสมาชิกของ The Financial Commission

The Financial Commission เป็นองค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางระหว่างโบรกเกอร์กับเทรดเดอร์” หากมีกรณีพิพาทใด ๆ โดยสมาชิกจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพของระบบ… Weltrade ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรนี้ จึงขาดกลไกไกล่เกลี่ยในระดับสากลหากมีข้อพิพาทกับลูกค้า

4. ไม่มีข้อมูลของผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารที่ชัดเจน

ข้อมูลจาก LinkedIn พบว่า Weltrade เคยมี Igor Galkin เป็น CEO และต่อมาถูกแทนที่โดย Isao Okada แต่ไม่มีแหล่งข้อมูลยืนยันหรือข่าวสารที่เปิดเผยมากนัก

ความไม่โปร่งใสของโครงสร้างบริษัทและผู้บริหาร อาจสร้างข้อกังวลให้กับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงขององค์กร

5. ความนิยมในระดับโลกยังต่ำ

แม้จะเข้าตลาดไทยมานาน และมีฐานลูกค้าในไทยพอสมควร แต่ Weltrade ยังไม่ติดอันดับโบรกเกอร์ยอดนิยมระดับโลก

  • คะแนนรีวิวบน ForexPeaceArmy: เฉลี่ย 74/5 (จาก 13 คน) → ถือว่าค่อนข้างต่ำ
  • เว็บไซต์หลักมีทราฟฟิกเฉลี่ยเดือนละ ~3,100 คน (Ubersuggest) → ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับโบรกชั้นนำ
  • ยังไม่มีช่อง YouTube หรือ Community ระดับ Global ที่แข็งแรง

6. ไม่มี VPS ฟรี แม้จะเป็นบัญชี Pro

หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ใช้ EA หรือเทรดอัตโนมัติผ่าน VPS จะต้องเช่า VPS ด้วยตัวเอง เพราะ Weltrade ไม่มีบริการ VPS ฟรี แม้จะเป็นบัญชีระดับสูงอย่าง Pro ก็ตาม

7. เรทฝาก–ถอน ค่อนข้างแพง

จากการทดสอบจริง:

  • ค่าธรรมเนียมการถอนผ่านธนาคารไทย: 5% ต่อรายการ
  • ผลต่างเรทฝาก–ถอนสุทธิ: -2.37%
  • ไม่มีโปรโมชั่น “ถอนฟรี” แบบรายเดือนเหมือนโบรกเกอร์อื่น

สำหรับผู้ที่ถอนบ่อย หรือเทรดไม้เล็กบ่อยครั้ง → ค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจกินกำไรของคุณอย่างเงียบ ๆ

ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Weltrade น่าใช้งานไหม?

คะแนนรีวิวรวม

6.03 จาก 10

Weltrade เป็นโบรกเกอร์ที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่และเทรดเดอร์ที่ต้องการต้นทุนการเทรดต่ำ โดยเฉพาะบัญชี Pro ที่ให้สเปรดต่ำและไม่มีค่าคอมมิชชั่น

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดเรื่องใบอนุญาต ความโปร่งใส และค่าธรรมเนียมถอนที่ค่อนข้างสูง หากคุณเน้นความมั่นคงและความน่าเชื่อถือระดับสากล อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น แต่หากมองหาโบรกเกอร์ที่ “เริ่มง่าย ใช้งานสะดวก และต้นทุนต่อคำสั่งคุ้มค่า” Weltrade ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ click เพื่อเลือกอ่าน !!

สารบัญบทความ