ถ้าเป้าคุณคือ “ใช้งานง่าย ฝาก–ถอนคล่อง มี Copytrade ให้กดตามได้เลย”… Mtrading เป็นโบรกที่มีของครบชุดใน 3 เรื่องนี้จริงๆ ครับ (และเราทดสอบมาแล้ว แบบกดจริง โอนจริง ไม่โม้น้ำลาย)
ข้อมูลสำคัญของ Mtrading
- ก่อตั้ง: ปี 2012
- ใบอนุญาต: FSAsvg
- ฝากถอนธนาคารไทย: ได้
- ฝากถอนผ่านคริปโต: ได้
- Copy Trading: มี
- ฝากขั้นต่ำ: 500 บาท
- ถอนขั้นต่ำ: 310 บาท
- Leverage สูงสุด: ไม่จำกัด
- Spread+ค่าคอม EUR/USD: 9.05 USD/Lot
- Spread+ค่าคอม XAUUSD: 16.62 USD/Lot
เปิดบัญชี Mtrading ฟรี
เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม
จุดเด่นที่ทำให้ Mtrading น่าใช้งาน
ฝาก–ถอน “ธนาคารไทย” ได้จริง + เร็ว
- ฝากขั้นต่ำฝั่งธนาคารไทยเริ่ม 500 บาท (หลายธนาคารสูงสุดถึง 500,000 บาท), ถอนขั้นต่ำ 310 บาท พร้อมนโยบายค่าธรรมเนียม 0 บาทตามที่แจ้งไว้ หน้าใช้งานเป็นมิตรกับมือใหม่มากๆ เพราะระบบแปลงเป็นเงินบาทให้ตั้งแต่หน้าฝากเงินเลยครับ
- เราทดสอบถอนจริงผ่าน SCB: เงินเข้าใน ~19 นาที (ฝากเข้าทันที) รอบนั้นต่างเรทประมาณ -1.49%—ถือว่าใช้ได้ แต่เช็กเรททุกครั้งก่อนยืนยันดีที่สุดนะครับ
เริ่มต้นง่าย ทุนไม่สูง:
บัญชีหลักๆ ฝากขั้นต่ำแค่ $10 ก็เริ่มได้แล้ว เหมาะกับสายทดลอง/มือใหม่ที่อยากเทสระบบด้วยเงินเย็นก้อนเล็กก่อนขยายพอร์ต
เลเวอเรจสูงสุด 1:1000
ทุกประเภทบัญชีรองรับเลเวอเรจสูงสุด 1:1000 ช่วยบริหารพอร์ตเล็กให้ยืดหยุ่นขึ้น (รายละเอียดเงื่อนไขเลเวอเรจเจาะลึก เดี๋ยวเราไปคุยกันในหัวข้อถัดไป)
โหมดตามเซียน Copytrade ใช้งานง่าย
- หน้า Copytrade ใช้ได้จากส่วนลูกค้าโดยตรง ความง่ายระดับ 8/10 มีตัวเลือกกลยุทธ์ให้ตาม ราว 245 กลยุทธ์ และมีการแสดงระดับความเสี่ยงให้ดู
- คนเริ่มต้นแทบไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากก็ลองตามได้เลย (แต่ข้อจำกัด/บั๊กยิบย่อยจะเล่าในหัวข้อ “ข้อเสีย” อีกที)
มีซัพพอร์ตภาษาไทย “ตัวจริงเสียงจริง”
- Live Chat หน้าระบบตอบไว เป็นกันเอง แม้บางช่วงจะไม่มีปุ่มเลือก “ภาษาไทย” ให้เห็นตรงๆ
- แต่คุยกับทีมแล้ว ตอบไทยให้ได้ ช่วยลดความอึดอัดได้เยอะสำหรับมือใหม่ครับ
แพ็กค่าธรรมเนียมเข้าใจง่าย เลือกสไตล์ได้
- อยาก “ไม่คิดคอมฯ” ก็มีบัญชี All In Price / M.Premium สเปรดเริ่ม 1 pip
- อยาก “สเปรดเริ่ม 0” ก็มีบัญชี M.Pro คอมมิชชั่น $4/ลอต
- ทั้งหมดนี้ยังคงเลเวอเรจสูงสุด 1:1000 เท่าๆ กัน (รายละเอียดเจาะลึก—เดี๋ยวแตกทีละบัญชีในหัวข้อ “ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียม”)

มีโปรและโบนัสให้เล่น
- ทั้ง M.Gifts (สะสมล็อตเปิดกล่องของขวัญได้ถึงขั้นของมีมูลค่า) และ โบนัสต้อนรับ $30 รวมถึง โบนัสเงินฝาก 25%/50% สำหรับไทย (บางประเทศได้ถึง 200%)
- เหมาะกับสายชอบความคึกคัก แต่อย่าลืมอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนกดรับเสมอครับ
มีหลักฐาน “สปีดคำสั่งจริง”
- จากที่เราทดสอบ บัญชี All In Price (MT5) ทำเวลา เปิดคำสั่ง ~372 ms และ ปิด ~561 ms
- ส่วนช่วงข่าวตัวเลขยังอยู่ในระดับใช้งานได้ (รายละเอียดเชิงเทคนิค จะลงลึกให้ในหัวข้อ “ความเร็วในการส่งคำสั่ง”)
มีฐานผู้ติดตามพอสมควร
- เพจหลัก Facebook Global ราว 240k ผู้ติดตาม, YouTube Global ~1.85k, ในไทยเพจ ~38k และ YouTube ไทย ~6.87k
- เป็นสัญญาณเชิงสังคมที่พออุ่นใจได้ระดับหนึ่ง (แต่ไม่ใช่ตัวตัดสินความน่าเชื่อถือทั้งหมดนะครับ)
ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้
เมื่อพูดถึงโบรกเกอร์ Forex สิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์ตัดสินใจได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ “ฝาก–ถอนได้ไหม” แต่คือ บัญชี, ค่าธรรมเนียม, เลเวอเรจ และความเร็วของระบบ ว่าตอบโจทย์กลยุทธ์ตัวเองได้หรือเปล่า มาดูกันแบบเจาะลึกครับ
ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด
| ประเภทบัญชี | ฝากขั้นต่ำ | สเปรด | คอมมิชชั่น | เลเวอเรจสูงสุด | Margin Call / Stop Out | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| All In Price | $10 | จาก 1 pip | ไม่มี | 1:1000 | 100% / 30% | ไม่มี Swap-free |
| M.Premium | $10 | จาก 1 pip | ไม่มี | 1:1000 | 100% / 30% | ไม่มี Swap-free |
| M.Pro | $10 | จาก 0 pip | $4 ต่อ 1 ลอต | 1:1000 | 100% / 30% | ไม่มี Swap-free |
ทุกบัญชี ไม่มี Swap-free แต่ บน MT5 ระบบตั้งค่า Swaps disabled ซึ่งแปลว่า เรามองค่าถือครองล่วงหน้าไม่ได้ ถ้าคุณเป็นสายถือยาว ควรเทสด้วยพอร์ตเล็กก่อนจะรู้ต้นทุนจริงๆ ของการถือข้ามคืน

Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน
Mtrading ให้เลเวอเรจสูงสุด 1:1000 ซึ่งถือว่า “สูงมาก” เมื่อเทียบกับโบรกสายยุโรป (ที่มักจำกัดแค่ 1:30 – 1:100)
ข้อดีของเลเวอเรจสูง
- มือใหม่ที่มีทุนน้อย สามารถเปิดออเดอร์ได้หลายแบบโดยไม่ต้องใช้ทุนเยอะ
- สาย Scalping หรือ Daytrade มีพื้นที่เล่นเยอะ ไม่ติดมาร์จิ้นง่าย
- ใช้ทำกลยุทธ์ทดลอง (เช่น EA, Copytrade) ด้วยเงินเล็กๆ ได้
แต่… Mtrading ไม่ได้ปล่อย “อิสระ” ทั้งหมด ยังมีข้อกำหนดซ่อนอยู่
1. วันศุกร์ก่อนตลาดปิด → เลเวอเรจโดนบีบเหลือ 1:50 อัตโนมัติ
-
- ทุกโพสิชันที่เปิดค้างไว้ จะถูกปรับลงเหลือ 1:50 เพื่อป้องกันความเสี่ยงเสาร์–อาทิตย์
- ถ้าคุณเปิด lot ใหญ่โดยอิงเลเวอเรจ 1:1000 อยู่ พอตลาดถูกปรับเหลือ 1:50 → Margin จะเพิ่มทันที และอาจทำให้บัญชีติด Margin Call ได้ง่ายๆ
- เทรดเดอร์ที่ไม่รู้เรื่องนี้มักเจ็บหนักตอนตื่นมาวันจันทร์
วิธีแก้: ถ้าจะถือออเดอร์ข้ามเสาร์–อาทิตย์ ลดขนาด lot หรือปิดบางโพสิชันออกก่อนตลาดปิดเสมอ
2. เลเวอเรจปรับตาม Equity (Equity-based Leverage)
-
- ยิ่งเงินในพอร์ตเยอะ เลเวอเรจสูงสุดที่อนุญาตจะถูกปรับให้ต่ำลงอัตโนมัติ
- ตัวอย่างเช่น พอร์ตเล็ก 100–500 USD ได้ใช้เต็มที่ 1:1000 แต่ถ้าเป็นพอร์ตหลายหมื่นดอลลาร์ อาจถูกจำกัดเหลือ 1:200–1:100
สิ่งนี้ทำให้ Mtrading เหมาะกับพอร์ตเล็ก–กลาง มากกว่า เพราะพอร์ตใหญ่จะไม่ได้ใช้เลเวอเรจสูงอย่างที่คิด
3. เปลี่ยนเลเวอเรจเองไม่ได้
-
- บางโบรกอนุญาตให้เทรดเดอร์กดเปลี่ยนเลเวอเรจเองได้ใน Dashboard แต่ Mtrading ไม่ให้ทำเอง ทุกอย่างอิงตามระบบอัตโนมัติเท่านั้น
4. ไม่มีการลดเลเวอเรจพิเศษช่วงข่าว
-
- หลายโบรกจะมีนโยบายบังคับลดเลเวอเรจช่วงข่าว Non-Farm, CPI ฯลฯ แต่ Mtrading ไม่มี
- อย่างไรก็ตาม ช่วงข่าว Spread ขยายแรง (ทดสอบจริงจาก 30 → 77 points) ทำให้ความเสี่ยงยังคงสูงอยู่ดี

ฝาก–ถอนเงิน ความเร็วและรายละเอียดที่คุณควรรู้
1. ฝากถอนผ่านธนาคารไทย (จุดแข็งของ Mtrading)
การฝากเงิน
- ขั้นต่ำ 500 บาท
- สูงสุด 500,000 บาท (แต่บางธนาคาร เช่น กสิกร/SCB จำกัดไว้ที่ 175,000 บาทต่อครั้ง)
- ค่าธรรมเนียม 0
- เงินเข้าทันที (Instant)
การถอนเงิน
- ขั้นต่ำ 310 บาท
- สูงสุด 175,000 บาท ต่อครั้ง
- ฟรีค่าธรรมเนียม
ใช้เวลา “สูงสุด 24 ชั่วโมง” แต่ทดสอบจริง: ถอน 100 USD เข้าบัญชี SCB ใช้เวลา 19 นาที ถือว่าเร็วมาก
- ข้อควรระวัง
- ถ้าถอนในวันเสาร์–อาทิตย์ เงินจะถูกโอนจริงในวันจันทร์
- ถ้าคุณมีออเดอร์ค้างอยู่ ยังถอนเงินได้ แต่จะไม่สามารถถอนยอดเต็มได้ทั้งหมด

2. ฝากถอนผ่านคริปโต (USDT)
- ฝากขั้นต่ำ: 50 USD
- สูงสุด: 10,000 USD
- ถอนขั้นต่ำ: 20 USD
- สูงสุด: 5,000 USD
- ค่าธรรมเนียม 0
- เวลาดำเนินการ: ไม่แน่นอน (ขึ้นกับ blockchain)
- เหมาะกับสายคริปโตที่ต้องการความรวดเร็วหรือไม่อยากผูกกับธนาคารไทย
3. เรทฝากถอน (สิ่งที่มือใหม่ไม่ทันสังเกต)
- ทดสอบจริง: ฝาก 3,418 บาท (~100 USD) ถอนกลับได้ 3,366.95 บาท
- หายไป -1.49% จากเรทอัตราแลกเปลี่ยน
- ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเก็บ แต่เป็นผลจาก “เรทแปลงค่าเงิน”
- คำแนะนำ: ถ้าจะฝาก–ถอนบ่อย ควรจับตาเรทนี้ทุกครั้ง เพราะมันส่งผลโดยตรงกับต้นทุนจริงของคุณ
ความเร็วคำสั่งซื้อขาย (Execution Speed)
การเทรดกับโบรก offshore สิ่งที่เราต้องเช็กเองเสมอคือ สปีดส่งคำสั่ง เพราะมันสะท้อนคุณภาพระบบหลังบ้านของโบรกเกอร์
ผลทดสอบจริง (บัญชี All In Price บน MT5)
- เปิดออเดอร์: ~372 ms
- ปิดออเดอร์: ~561 ms
- เลื่อน TP: ~214 ms
- เลื่อน SL: ~292 ms
- ระดับนี้จัดว่า ปกติ–ดี สำหรับโบรก offshore ไม่ได้เร็วสายฟ้าแบบ ECN แท้ แต่ก็ไม่ช้าเกินไป
ทดสอบช่วงข่าวแรง
- ก่อนข่าวออก: เปิดออเดอร์ ~515 ms
- ตอนข่าวออก: ~415 ms (ไม่ช้าเกินไป ถือว่าเสถียรพอตัว)
- Spread
- ก่อนข่าว ~30 points
- กว้างสุด ~77 points
- ใช้เวลาประมาณ 56 วินาที กว่าจะกลับมาปกติ

สิ่งที่เจอจริง
- เคยเจอ Invalid Price ตอนกดปิดออเดอร์ (ต้องกดซ้ำ) 1 ครั้ง
- ดีเลย์เฉลี่ย ~400 ms ถือว่ารับได้ แต่ถ้าคุณเล่น Scalping หนักๆ ต้องทดสอบเพิ่มเองอีก
การใช้ข้อมูลเหล่านี้เชิงเทคนิค
- เลเวอเรจ: สูง ใช้งานได้จริง แต่ต้องรู้เงื่อนไขซ่อน (ศุกร์ → 1:50)
- ฝาก–ถอน: จุดแข็งของโบรก ฝากเข้าทันที ถอนเร็ว (19 นาทีในรอบทดสอบจริง) แต่ต้องจับตาเรทแปลงเงิน
- สปีดคำสั่ง: ระดับกลาง–ดี เหมาะกับ Daytrade, Swing แต่สาย Scalping/News Trading ต้องเผื่อ spread และความเสี่ยง Invalid Price
ความน่าเชื่อถือและใบอนุญาต (Regulation & Trust)
นี่คือประเด็นที่หลายคนซีเรียสสุด ๆ เวลาเลือกโบรกเกอร์ เพราะต่อให้ฝาก–ถอนเร็ว ระบบเทรดดี แต่ถ้าเรื่อง กฎหมาย / การกำกับดูแล ไม่ชัดเจน ความเสี่ยงก็ยังสูงอยู่ดีครับ
ใบอนุญาต (License) ของ MTrading
- จดทะเบียนในชื่อ Servicecomsvg LLC
- ภายใต้ Financial Services Authority (FSA) – St. Vincent & the Grenadines (SVG)
- เลขที่ใบอนุญาต: 1593
- ข้อมูลนี้ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ทางการ svgfsa.com
ปัญหาของใบอนุญาต SVG
- เป็นเขต offshore ที่ “อนุญาตให้จดทะเบียนได้ง่าย” แต่ไม่ได้ทำหน้าที่กำกับดูแลโบรกเกอร์ในเชิงคุ้มครองผู้ลงทุนจริง ๆ
- ไม่มีระบบ Investor Compensation Fund (กองทุนชดเชย) เหมือนที่มีในยุโรปหรือออสเตรเลีย
กล่าวง่าย ๆ คือ ใบอนุญาตนี้ “บอกได้ว่าโบรกมีตัวตนถูกต้องตามกฎหมายในประเทศนั้น” แต่ ไม่ได้การันตีความปลอดภัยเงินทุนของนักลงทุน

การเป็นสมาชิกองค์กรกลาง (Financial Commission)
- MTrading เป็นสมาชิกของ The Financial Commission ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ “ตัวกลาง” ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างลูกค้าและโบรกเกอร์
- มีการคุ้มครองชดเชยสูงสุด 20,000 ยูโร ต่อเคส ถ้าพิสูจน์ได้ว่าโบรกเกอร์ทำผิดจริง
- แม้จะไม่แข็งแรงเท่าใบอนุญาต FCA (อังกฤษ) หรือ ASIC (ออสเตรเลีย) แต่ก็ถือว่าเป็น เกราะชั้นหนึ่ง เพิ่มเติมจากการจดทะเบียน offshore
ความโปร่งใส (Transparency) บนเว็บไซต์
สิ่งที่เราเจอจากการรีวิวคือ MTrading ยัง ขาดการเปิดเผยข้อมูลหลายอย่าง
- ไม่มีระบุ Segregated Account (บัญชีเงินลูกค้าแยกจากเงินบริษัท) อย่างชัดเจน
- ไม่มีการเปิดเผยที่อยู่สำนักงานเพิ่มเติมนอกจาก SVG
- ไม่มีข้อมูลผู้บริหารในหน้าเว็บไซต์ (แม้จะเคยมีข่าวเก่าเกี่ยวกับ CEO Maxim Petrov / Mr. Yuri แต่บนเว็บไม่มีการยืนยันใด ๆ)
- สิ่งที่มี คือ Terms & Conditions / Client Agreement → มีให้โหลดอ่านได้ชัดเจน และ Risk Disclosure → แจ้งชัดว่าการลงทุนมีความเสี่ยง
พูดแบบตรงไปตรงมา: ถ้าเทียบกับโบรกที่ถือใบอนุญาต FCA, ASIC หรือ CySEC ข้อมูลของ MTrading โปร่งใสน้อยกว่าเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเลือกโบรกควรเอามาชั่งน้ำหนักเสมอ
ข้อดี–ข้อเสียด้านความน่าเชื่อถือ
ข้อดี
- มีใบอนุญาตจดทะเบียน (แม้จะเป็น offshore)
- เป็นสมาชิก Financial Commission → มีสิทธิ์เคลมสูงสุด 20,000 ยูโร
- มีตัวตนจริง มีสำนักงานใน SVG
ข้อเสีย
- License ไม่ได้เข้มงวดเรื่องกำกับดูแลลูกค้า
- ไม่มีข้อมูล segregated account
- Transparency หน้าเว็บยังน้อย (ไม่เปิดเผยทีมงาน/ผู้บริหาร/ที่อยู่สำนักงานอื่น ๆ)
ความนิยมและรีวิวจากผู้ใช้งานจริง (Popularity & Reviews)
หลังจากเราเจาะลึกเรื่อง เลเวอเรจ, ฝาก–ถอน, ความเร็วคำสั่ง และใบอนุญาต ไปแล้ว คราวนี้มาดูอีกด้านที่หลายคนใช้ตัดสินใจ คือ “เสียงจากตลาด” ทั้งจากผู้ใช้ทั่วโลกและในไทย
ความนิยมทั่วโลก
- ทราฟฟิกเว็บไซต์ (Ubersuggest): ~131,280 ครั้ง/เดือน — ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้สูงเท่าโบรกยักษ์ แต่ก็ไม่เงียบ
- Social Media:
- Facebook Global: ~240,000 followers
- YouTube Global: ~1,850 subscribers
- Instagram (Global): ~1,197 followers
- จำนวนนี้สะท้อนว่า MTrading มีฐานผู้ใช้พอสมควร แต่ช่อง YouTube และ IG ยังไม่ได้โตมากนัก
ความนิยมในไทย
- เริ่มทำตลาดไทย: ประมาณปี 2013 (ยืนยันจากการสร้างเพจ Facebook MTrading Thailand)
- Facebook Page (ไทย): ~38,000 followers
- YouTube (ไทย): ~6,870 subscribers
- Instagram (ไทย): ไม่มีบัญชีเฉพาะ
- ยอดเข้าเว็บไซต์จากไทย (Ubersuggest): ~14,079 ครั้ง/เดือน
สำหรับตลาดไทย ถือว่า MTrading เข้ามา “เร็ว” กว่าโบรกต่างชาติหลายเจ้า และพยายามสร้างคอนเทนต์ภาษาไทยตั้งแต่ช่วงแรก ๆ (แม้ YouTube ไทยจะไม่ได้อัปเดตบ่อยแล้วก็ตาม)
คะแนนรีวิวจากเว็บรีวิวโบรกเกอร์
- Trustpilot: 4.4/5 (189 รีวิว) → คะแนนสูงในระดับ “ดีมาก”
- ForexPeaceArmy (FPA): 2.68/5 (55 รีวิว) → คะแนนค่อนข้างต่ำ
ความต่างของคะแนนสองเว็บนี้ถือว่าน่าสนใจ
- Trustpilot อาจสะท้อนเสียงของผู้ใช้ที่พอใจในบริการ เช่น การฝาก–ถอนเร็ว และซัพพอร์ตตอบไว
- ส่วน FPA ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด รีวิวที่นั่นมักสะท้อนประสบการณ์เชิงลบ เช่น ปัญหาสเปรด, รีเควต, หรือความน่าเชื่อถือด้านใบอนุญาต
สรุปง่าย ๆ: คะแนน MTrading อยู่กลาง ๆ ไม่ใช่โบรกที่โดนยกให้เป็น “เทพ” แต่ก็ไม่ใช่โบรกที่โดนด่าเละเสียทีเดียว
เสียงรีวิวจากการทดสอบจริง (Support & Experience)
จากการคุยกับซัพพอร์ตไทย
- ความเร็วการตอบ: ส่วนใหญ่ 1–2 นาที, บางเคส 10 นาที (ถ้าต้องไปหาข้อมูล)
- ความเป็นมิตร: ให้เต็ม 10 เลย ตอบสุภาพและเข้าใจง่าย
- ความรู้จริง: บางคำตอบแม่นยำ บางครั้งส่งลิงก์ที่ไม่ตรงคำถาม ต้องถามซ้ำ
จากการเทรดจริง
- เคยเจอ Invalid Price ตอนกดปิดออเดอร์ (ต้องกดซ้ำ)
- Spread ช่วงข่าวแรง “ขยายเยอะ” แต่ไม่ถึงกับหลุดโลก
โดยรวมคือประสบการณ์ใช้งาน โอเคถ้าใช้พอร์ตเล็ก–กลาง แต่ถ้าเป็นพอร์ตใหญ่หรือเน้นโปรฯ หนัก ๆ ควรทดสอบยาวก่อน
ภาพรวมความนิยม
- จุดแข็ง: มีฐานผู้ใช้จริง, เพจไทยค่อนข้าง active, มีรีวิวเชิงบวกพอสมควร
- จุดอ่อน: คะแนนบน FPA ยังต่ำ, ช่องทาง Social บางส่วนไม่ active เท่าโบรกใหญ่
การใช้ VPS และ EA ใน Mtrading
เรื่อง VPS และ EA เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์สายจริงจัง โดยเฉพาะพวก Scalper, Algo Trader หรือสายรันบอท ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะมันคือ “เครื่องมือเสริม” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดแบบอัตโนมัติ
VPS ของ MTrading
- MTrading ไม่มีให้ VPS ฟรี สำหรับลูกค้า (ต่างจากหลายโบรกที่ให้ VPS ฟรีเมื่อเทรดครบตามเงื่อนไข เช่น ฝากขั้นต่ำ $500 + เทรดครบ 5–10 ล็อต/เดือน)
- ไม่มีรายละเอียดเรื่อง CPU, RAM, SSD ของ VPS ที่โบรกจะจัดให้ (เพราะไม่มีบริการนี้ตั้งแต่แรก)
- ไม่มีระบบ สมัคร/ยืนยันสิทธิ์ VPS ฟรี บนหน้า Dashboard ลูกค้า
แปลว่า ถ้าคุณต้องการรัน EA 24 ชั่วโมงกับ MTrading คุณต้องหา VPS จากผู้ให้บริการภายนอก เอง เช่น BeeksFX, ForexVPS, หรือแม้แต่เช่า Cloud Server ของ AWS/Google Cloud แล้วติดตั้ง MT4/MT5 เอง
ข้อเสียเล็กน้อย
- เพิ่มต้นทุนรายเดือน (ประมาณ $10–30/เดือน ขึ้นกับ VPS ที่เลือก)
- ต้องเซ็ตระบบเอง ไม่มีทีม MTrading ช่วยดูแล
ข้อดี (ในมุมมองคนชอบอิสระ)
- คุณสามารถเลือก VPS ที่สเปกและ Latency ตรงใจได้เอง
- ไม่ต้องติดอยู่กับ VPS ฟรีคุณภาพต่ำที่โบรกบางเจ้าแจก
การใช้งาน EA บน MTrading
- รองรับ MT4 และ MT5
- EA สามารถติดตั้งและใช้งานได้ปกติบน MT4/MT5 ของ MTrading
- ไม่มีข้อจำกัดพิเศษเรื่อง “ห้ามใช้ EA” เหมือนโบรกบางเจ้า
- การ Scalping, Hedging, Arbitrage
- Scalping: ทำได้ แต่เนื่องจากความเร็วคำสั่ง ~372–561 ms → ถือว่าอยู่ระดับกลาง ๆ สาย Scalper ต้องเผื่อดีเลย์ด้วย
- Hedging: อนุญาต สามารถเปิด Buy/Sell คู่กันได้
- Arbitrage Trade: ไม่ได้ถูกประกาศว่า “ห้าม” ชัดเจน แต่ระบบอาจตรวจจับและปิดกั้นถ้าพบการเก็งกำไรข้ามโบรกเร็วเกินไป
- EA ช่วง Close Market: มีข้อจำกัดเรื่องเลเวอเรจ (ศุกร์ก่อนตลาดปิด → บีบเหลือ 1:50) ทำให้ EA ที่เปิดโพสิชันใหญ่เสี่ยงโดน Margin Call ได้ง่าย
- ความเสถียร
- ช่วงตลาดปกติ EA ทำงานได้ราบรื่น
- แต่จากการทดสอบจริง เคยเจอปัญหา Invalid Price ตอนปิดออเดอร์ 1 ครั้ง ซึ่งถ้าเป็น EA ที่สั่งปิดออเดอร์อัตโนมัติ อาจทำให้ต้อง “Retry” → ตรงนี้แนะนำให้ทดสอบบอทในบัญชี Demo/ทุนเล็กก่อน
ระบบ Copytrade ของ Mtrading เป็นยังไง
ถ้าใครเป็นมือใหม่ หรือแม้แต่เทรดเดอร์ที่ไม่มีเวลาเฝ้ากราฟทั้งวัน แต่ยังอยากได้ “รสชาติการเทรด” แบบไม่ต้องคิดเยอะ ระบบ Copy Trade ของ MTrading คือหนึ่งในจุดขายหลักที่น่าสนใจครับ
ภาพรวมระบบ Copy Trade ของ MTrading
- ใช้งานได้จาก Client Cabinet (Trader’s Room) โดยตรง → ไม่ต้องโหลดแพลตฟอร์มเสริม
- เทรดเดอร์สามารถเลือกได้ 2 บทบาท
- Master (Signal Provider) → เปิดให้คนอื่นตามกลยุทธ์ของเรา
- Follower (Copy Trader) → ฝากเงินแล้วเลือกตาม Master ที่ต้องการ
- ฝากขั้นต่ำเพื่อเป็น Follower: 15 USD เท่านั้น ถือว่าต่ำมาก
- จำนวนกลยุทธ์ให้เลือก: ประมาณ 245 กลยุทธ์ (นับจากฐานข้อมูลที่ทดสอบจริง)
- มีการแสดงข้อมูลของ Master ค่อนข้างละเอียด เช่น ผลตอบแทน, ระดับความเสี่ยง, % กำไร/ขาดทุนย้อนหลัง

จุดเด่นที่เจอจากการใช้งาน
- เริ่มง่าย: ระบบใช้งานง่ายมาก ระดับ 8/10 สำหรับคนที่ไม่ถนัดเทคนิคก็ยังเข้าใจได้
- ข้อมูลเยอะ: แต่ละกลยุทธ์มีสถิติ, equity curve, % drawdown และระดับความเสี่ยงให้ดู
- เลือกปรับขนาดตามพอร์ต: แม้ระบบการปรับขนาดจะไม่ยืดหยุ่นเท่า Social Trading เจ้าใหญ่ ๆ แต่ก็พอให้คุณเลือกปรับได้บ้าง
- เข้าใช้งานทันที: ไม่ต้องสมัครแยก หรือจ่ายค่าสมาชิกเพิ่มเติม
ข้อจำกัดและปัญหาที่เจอ
- ความเสถียรไม่ 100%: ตอนทดสอบพบว่าเวลาคลิกดูรายละเอียดยอดกำไร (Earnings Graph) บางทีกราฟ “ย่อเล็ก ๆ วนไปวนมา” จนดูไม่ได้ ต้อง refresh
- การตั้งค่าตาม Master มีน้อย: เช่น ไม่สามารถปรับ lot size หรือกำหนด stop loss เฉพาะตัวเองได้ละเอียด ทำให้การตามค่อนข้าง “ตรงตามที่ Master ตั้ง” มากเกินไป
- Master มีจำนวนไม่เยอะมาก: แม้จะมีราว 245 กลยุทธ์ แต่ยังถือว่าน้อยถ้าเทียบกับแพลตฟอร์ม Copy Trade ใหญ่ ๆ เช่น ZuluTrade หรือ eToro
ข้อเสียของ Mtrading ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน
- ใบอนุญาตหลักจาก St. Vincent & the Grenadines (SVG FSA) → ไม่ใช่ Tier-1, การคุ้มครองนักลงทุนน้อย
- ไม่มี VPS ฟรี ต้องหาเอง เพิ่มต้นทุนถ้าใช้ EA
- Swap บน MT5 ไม่แสดง (Swaps disabled) → คำนวณต้นทุนถือครองล่วงหน้ายาก
- Spread ช่วงข่าวขยายแรง (จาก 30 → 77 points ในการทดสอบ)
- ระบบ Copy Trade ยังไม่เสถียร 100% และการปรับแต่งการตามมีตัวเลือกน้อย
- ความโปร่งใสหน้าเว็บ เปิดเผยข้อมูลน้อย (ไม่เจอ Segregated Account, ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้บริหารชัดเจน)
ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Mtrading น่าใช้งานไหม?

Mtrading เป็นโบรกเกอร์ที่โดดเด่นเรื่องความสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ที่อยากเริ่มต้นด้วยทุนไม่สูง จุดแข็งคือการฝาก–ถอนผ่านธนาคารไทยได้รวดเร็วจริง (ทดสอบถอนใช้เวลาเพียง 19 นาที) พร้อมระบบ Copytrade ที่ให้ตามนักเทรดได้ทันทีโดยไม่ยุ่งยาก บัญชีเริ่มต้นเพียง $10 และรองรับเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:1000 ช่วยให้พอร์ตเล็กมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีโบนัสและโปรโมชันดึงดูดใจ รวมถึงทีมซัพพอร์ตที่ตอบภาษาไทยได้เป็นกันเอง แต่ในแง่ความน่าเชื่อถือยังมีข้อจำกัด เพราะจดทะเบียนในเขต offshore (SVG FSA) ที่ไม่ได้กำกับดูแลเข้มงวดเท่าโบรก Tier-1 และข้อมูลบนเว็บไซต์ยังขาดความโปร่งใสบางส่วน
โดยรวม Mtrading จึงเป็นโบรกที่เหมาะกับสายทดลอง พอร์ตเล็ก–กลาง หรือผู้ที่อยากลอง Copytrade แบบง่ายๆ แต่ถ้าเน้นความมั่นคงระยะยาวและกฎหมายคุ้มครองเข้มงวด อาจต้องพิจารณาเพิ่มครับ




