⚠ ไม่แนะนำโบรกเกอร์นี้ไม่แนะนำ — เนื่องจากมีระดับความน่าเชื่อถือต่ำและมีประวัติข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน
2.94
คะแนนรวม (จาก 10 คะแนน)
 
Credibility Icon
ความน่าเชื่อถือ
6.16
Service Fee Icon
ค่าบริการ
7.18
Deposit and Withdrawal Icon
การฝากถอน
2.04
Trading Quality Icon
คุณภาพการบริการ
3.64
Trading Experience Icon
ประสบการณ์การเทรด
7.16
Ease of use Icon
ความง่ายในการใช้งาน
8.00
รีวิวโบรกเกอร์ Oanda

ถ้าพูดถึงโบรกเกอร์ระดับโลกที่อยู่ในวงการมาอย่างยาวนานและยังคงยืนหนึ่งในเรื่องความน่าเชื่อถือ ชื่อของ Oanda คงเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เพราะนี่คือโบรกเกอร์ที่มีทั้งประวัติยาวนาน ประสิทธิภาพในการเทรด และฟีเจอร์ระดับมืออาชีพที่เทรดเดอร์ทั่วโลกยอมรับ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ “จุดเด่นที่ทำให้ Oanda น่าใช้งาน” แบบเข้าใจง่าย สไตล์นักเทรดตัวจริงกันครับ

ข้อมูลสำคัญของ Oanda

  • ก่อตั้ง: ปี 1996
  • ใบอนุญาต: ASIC,CIRO,FSAjapan,MAS,FCA,NFA,FSCbvi
  • ฝากถอนธนาคารไทย: ได้ แต่ถอนจะเป็นการโอนเงินผ่านระบบ SWIFT CODE
  • ฝากถอนผ่านคริปโต: ไม่ได้
  • Copy Trading: ไม่มีระบบของโบรกเกอร์เอง
  • ฝากขั้นต่ำ: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ถอนขั้นต่ำ: ไม่มีขั้นต่ำ
  • Leverage สูงสุด: 1:200
  • Spread+ค่าคอม EUR/USD: 8.37 USD/Lot
  • Spread+ค่าคอม XAUUSD: 30.04 USD/Lot

เปิดบัญชี Oanda ฟรี

เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม

ขั้นตอนสมัคร เปิดบัญชี ฝาก-ถอน

จุดเด่นที่ทำให้ Oanda น่าใช้งาน

1. ความน่าเชื่อถือระดับโลก

Oanda ไม่ใช่โบรกเกอร์ธรรมดา แต่เป็นโบรกเกอร์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี 1996 โดยผู้ก่อตั้งคือ Michael Stumm (ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต) และ Dr. Richard Olsen (นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง) ซึ่งแค่โปรไฟล์ผู้ก่อตั้งก็การันตีระดับวิชาการและความลึกซึ้งทางการเงินแล้ว

ทุกวันนี้ Oanda มีสำนักงานกระจายอยู่ใน อเมริกา, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย และแคนาดา มี พนักงานมากถึง 759 คน และมีผู้ใช้งานเข้ามาเทรดต่อเดือนสูงถึง 7.5 ล้านครั้ง เรียกว่าฐานลูกค้าแน่นทั่วโลก!

2. ได้รับใบอนุญาตระดับ A จากหลายประเทศ

หนึ่งใน “ข้อแตกต่างที่เห็นชัด” ของ Oanda เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ทั่วไป คือ ความแข็งแรงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล เพราะไม่ใช่แค่มี License แบบพอผ่าน ๆ เท่านั้น แต่ Oanda ยังได้รับ ใบอนุญาตระดับ Top Class จากหน่วยงาน “ระดับ A” ในหลายประเทศ ซึ่งเทรดเดอร์ทั่วโลกให้ความไว้วางใจอย่างสูง

สหรัฐอเมริกา NFA (National Futures Association)

  • NFA คืออะไร? — > หน่วยงานกำกับดูแลฟอเร็กซ์ที่เข้มงวดที่สุดในโลก (เทียบเท่าก.ล.ต. บ้านเราแต่โหดกว่า)
  • Oanda ได้รับอนุญาตในชื่อ OANDA Corporation
  • เทรดเดอร์ในสหรัฐต้องเจอโบรกเกอร์ที่ “ถูกตรวจสอบทุกกระเบียดนิ้ว” นี่คือข้อพิสูจน์ว่าระบบภายในของ Oanda ต้องโปร่งใสและมั่นคงจริง

อังกฤษ FCA (Financial Conduct Authority)

  • หน่วยงานในอังกฤษที่ดูแลบริษัทการเงินที่เข้มงวด และเป็น หนึ่งในหน่วยงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
  • Oanda ได้รับใบอนุญาตภายใต้ชื่อ OANDA Europe Limited
  • FCA มีข้อกำหนดเรื่อง เงินทุนสำรอง ที่ต้องมีขั้นต่ำ, การแยกบัญชีลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท (Segregated Account) และมีการสอบบัญชีภายนอกทุกปี

แคนาดา CIRO (Canadian Investment Regulatory Organization)

  • เดิมคือ IIROC (ที่เพิ่งรวมตัวกับ MFDA มาเป็น CIRO ในปี 2023)
  • โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้ CIRO ต้องผ่านการตรวจสอบเรื่อง ความมั่นคงของเงินทุน และการปกป้องลูกค้าในกรณีบริษัทล้มละลาย
  • สำหรับเทรดเดอร์ สัญญาณบวกมาก ๆ คือ ถ้าเกิดปัญหาในแคนาดา ลูกค้ามีสิทธิเข้าถึงกองทุนชดเชย (Investor Protection Fund)
ใบอนุญาตของโบรกเกอร์ Oanda จากหน่วยงานกำกับดูแล
รูปที่ 1 รวมใบอนุญาต Rank Tier ที่ติดท๊อปๆ ที่ใช้เพื่อประกอบกิจการของโบรกเกอร์ Oanda

ญี่ปุ่น FSA Japan (Financial Services Agency)

  • FSA ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลที่มีชื่อเสียงด้านการ “บังคับใช้กฎหมายแบบเข้มงวดมาก”
  • Oanda ได้รับอนุญาตให้ให้บริการในตลาดญี่ปุ่นที่ซับซ้อนสูง (ผ่าน OANDA Japan Co., Ltd.)
  • ตลาดญี่ปุ่นมีเทรดเดอร์เยอะมาก การที่ Oanda ได้เข้ามาแบบถูกต้อง คือหลักฐานว่า ผ่านด่านที่ยากระดับโลกได้

สิงคโปร์ MAS (Monetary Authority of Singapore)

  • MAS คือธนาคารกลางของสิงคโปร์ และยังเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของประเทศ
  • สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการเงินระดับเอเชีย-แปซิฟิก การได้ใบอนุญาตที่นี่คือการ “แสดงจุดแข็งด้านการบริหารความเสี่ยงและกฎหมาย” อย่างชัดเจน

แล้วถ้าเทรดจากไทยล่ะ? ปลอดภัยไหม?

เทรดเดอร์ไทยที่สมัครกับ Oanda จะอยู่ภายใต้หน่วยงาน FSC BVI (British Virgin Islands) ซึ่งจัดอยู่ใน “Tier 3” (ความเข้มงวดน้อยกว่า NFA หรือ FCA) แต่! ด้วยการที่บริษัทแม่ของ Oanda มีใบอนุญาต Rank A จากหลายประเทศ เทรดเดอร์สามารถ มั่นใจในระบบหลังบ้านได้อย่างมาก

และหากเทรดเดอร์ที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุด ก็สามารถสมัครบัญชีกับสาขาที่ได้รับ License ระดับสูงได้ (แม้อาจต้องใช้เอกสารมากขึ้นเล็กน้อย)

3. แพลตฟอร์มเทรดครบทุกสไตล์

Oanda มีแพลตฟอร์มรองรับครบทุกสาย ไม่ว่าจะเป็น

  • MT4 / MT5 (สำหรับสายเทคนิคอล)
  • TradingView (สำหรับสายกราฟ)
  • แอป Oanda Mobile (สำหรับเทรดเดอร์มือถือ)

ใครถนัดแบบไหนเลือกได้หมด แต่ถ้าให้แนะนำสำหรับมือโปร ผมแนะให้ใช้ MT4/MT5 เพราะลื่นและปลั๊กอินเยอะกว่า

4. มี “กองทุนเทรด” สำหรับคนอยากเทรดแบบไม่ต้องใช้เงินตัวเอง!

นี่คือจุดที่ผมว่าเด็ดสุด! Oanda เปิดให้เทรดเดอร์ สอบเข้ากองทุน ได้ และถ้าผ่าน ก็จะได้ เงินทุนจริง ไปเทรด พร้อมกินส่วนแบ่งกำไรแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องควักทุนตัวเอง แถมยังมีเครื่องมือเสริมต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เช่น VPS, สเปรดลด, หรือระบบบริหารความเสี่ยงที่มีการจัดการอย่างดี

CEO ของ Oanda และบริการ OANDA Prop Trader
รูปที่ 2 โบรกเกอร์ Oanda มีความโปร่งใสมากกว่าโบรกเกอร์หน้าใหม่อยู่หลายขุม เพราะทั้งมีการเปิดตัวของ CEO เอง และยังมีกองทุนเทรดให้บริการซะด้วย

5. ความโปร่งใสของผู้บริหาร

CEO ปัจจุบันคือ Gavin Bambury อดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารรายใหญ่ในอังกฤษ จบจาก Oxford University มีประสบการณ์การเงินมากกว่า 25 ปี เขามีการออกสื่ออยู่เป็นระยะ และมีแนวคิดพัฒนาโบรกเกอร์ให้โปร่งใส ใช้งานง่าย และมีความเป็นมืออาชีพในทุกระดับ

6. ต้นทุนเทรดบางคู่ “ถูกกว่าค่าเฉลี่ยตลาด”

  • EURUSD = 8.37 USD/Lot (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 9.50 USD)
  • มีบางคู่ที่ได้ Swap บวก ด้วย เหมาะกับสายถือยาว

ใครที่เน้นเทรดคู่หลัก Forex ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะต้นทุนสามารถประหยัดได้ในระยะยาว

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้

ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ได้แค่ “เทรดตามกราฟสวย ๆ” แต่จริงจังกับการวิเคราะห์ต้นทุน ประสิทธิภาพ และระบบหลังบ้านของโบรกเกอร์  บทนี้คือสิ่งที่คุณห้ามพลาดครับ!

ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด

ประเภทบัญชีจุดเด่นSpreadค่าคอมมิชชั่น
Standard Accountไม่มีค่าคอม, Spread เดียวจบปานกลาง-สูงไม่มี
Core Accountสเปรดต่ำ คอมแยกต่ำมาก$5 ต่อ Lot ต่อฝั่ง

 

เคล็ดลับ: ถ้าคุณเป็นสาย Scalper หรือเทรดช่วงข่าว ให้เลือก Core Account เพราะต้นทุนต่อคำสั่งจะถูกกว่ามากเมื่อคำนวนรวมแล้ว

สไตล์การเทรดบัญชีแนะนำเหตุผล
มือใหม่Standardไม่ต้องคิดคอมมิชชั่น แค่ดูสเปรดพอ
สาย ScalpingCoreSpread ต่ำมาก ต้นทุนถูก
เทรดช่วงข่าวCoreราคาวิ่งเร็ว ต้องการสเปรดนิ่ง
ถือยาวStandardไม่เทรดบ่อย ไม่ต้องเสียคอมทุกครั้ง
EA / RobotCoreรองรับการส่งคำสั่งเร็วและต้นทุนต่ำ
พอร์ตใหญ่Core หรือ Premium (ถ้ามี)คุ้มค่าในแง่ต้นทุนระยะยาว

 

Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน

  • Leverage สูงสุด: 1:200 สำหรับลูกค้าไทย (ภายใต้ BVI)
  • มีระบบ ลด Leverage อัตโนมัติ (Dynamic Leverage) ตามขนาดพอร์ต เพื่อควบคุมความเสี่ยง
  • Leverage จริงจะขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ เช่น
    • Forex: สูงสุด 1:200
    • ดัชนี (Index): สูงสุด 1:100
    • ทองคำ: 1:100
    • น้ำมัน: 1:50

เทคนิค: หากคุณเทรดด้วย EA หรือเทคนิค Martingale ต้องระวัง Leverage ที่อาจลดลงเมื่อพอร์ตโตขึ้น

ตารางเปรียบเทียบประเภทบัญชีของ Oanda
รูปที่ 3 สรุปประเภทบัญชีและรายละเอียดที่สำคัญของโบรกเกอร์ Oanda

เงื่อนไข Spread และ Slippage

หนึ่งในต้นทุนแอบแฝงที่นักเทรดหลายคนมักมองข้ามคือ Spread และ Slippage แต่นี่คือ “ตัวกินกำไรเงียบ” ที่ทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวเบี่ยงเบนจากระบบที่ควรจะได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณเทรดบ่อย, เทรดช่วงข่าว หรือใช้ EA ที่ส่งคำสั่งถี่มาก เรื่องนี้ยิ่งต้องรู้ให้ลึกครับ

Spread คืออะไร?

Spread คือ “ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid)” เรียกง่าย ๆ ว่าคือ “ค่าธรรมเนียมแฝงแบบหนึ่ง” ที่โบรกเกอร์เก็บจากแต่ละคำสั่งซื้อขาย

Oanda แสดง Spread แบบ Real-time และโปร่งใส ผ่านทั้งหน้าเว็บไซต์และใน MT4/MT5 โดยจะแปรผันตามสภาพคล่องตลาดและช่วงเวลา เช่น

สินทรัพย์Core Account (มีคอม)Standard Account (ไม่มีคอม)
EUR/USD~0.3 pip~1.2 pip
GBP/USD~0.5 pip~1.5 pip
XAU/USD (ทองคำ)~1.1 pip~2.5 pip
US30 (Dow Jones)~1.8 จุด~3.5 จุด
WTI Oil~2.0 จุด~4.0 จุด

 

ข้อสังเกต: Core Account มี Spread ต่ำมาก เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดปริมาณสูง / ใช้กลยุทธ์เร็ว

Slippage คืออะไร?

Slippage คือ “การคลาดเคลื่อนของราคาจริงกับราคาที่ส่งคำสั่ง” เกิดบ่อยช่วงตลาดผันผวน เช่น ช่วงข่าวแรง, ราคาไหลเร็ว, หรือ liquidity ต่ำ

Oanda ใช้ระบบ Smart Order Routing ที่จะส่งคำสั่งไปยังแหล่งสภาพคล่องที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลด Slippage โดยเฉพาะกับ Core Account ที่ใช้ Market Execution

ประสบการณ์จริงจากการทดสอบ Slippage Oanda

จากผลทดสอบ Backtest และ Live Trade

  • Slippage โดยเฉลี่ยต่ำกว่า 0.3 pip ในช่วงปกติ
  • ในช่วงข่าวแรง (เช่น NFP / CPI): อาจเกิด Slippage ประมาณ 0.5–2.0 pip แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับ “ดีมาก” เทียบกับโบรกอื่น
  • ไม่มีการ “Requote” ในบัญชี Core (Market Execution) จุดนี้สำคัญมากสำหรับ Scalper

เทคนิคการเทรด ลดผลกระทบจาก Spread และ Slippage

  1. เทรดช่วงสภาพคล่องสูง (19:00 – 23:00) — > Spread แคบสุด คำสั่งเข้าตลาดเร็วสุด
  2. หลีกเลี่ยงเทรดช่วงตลาดเอเชียหรือข่าวแรง ถ้าไม่ชำนาญ — > ลดความเสี่ยงโดน Slippage
  3. ใช้ Core Account + VPS สำหรับ EA / Scalping — > ได้ราคาดีสุด ลด Delay
  4. ตั้ง Limit Order แทน Market Order — > ควบคุมราคาได้มากกว่า
  5. เฝ้าดู Live Spread ผ่านหน้าเว็บของ Oanda — > เช็คความเปลี่ยนแปลงได้ก่อนส่งคำสั่งจริง

Swap และค่าธรรมเนียมถือครองข้ามคืน

  • มีทั้งคู่ที่ได้ Swap บวก และ ลบ
  • ตัวอย่าง Swap ที่น่าสนใจ 
    • EUR/USD Buy: ได้รับ Swap (บวก)
    • XAU/USD Sell: เสีย Swap (ลบ)
  • คิด Swap แบบ 3 เท่าในคืนวันพุธ (ตามมาตรฐาน)

เทคนิค: สายถือยาวควรตรวจสอบ Swap ทุกสัปดาห์ เพราะอัตรานี้อาจเปลี่ยนได้ตามภาวะตลาดโลก

ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)

  • เฉลี่ยอยู่ที่ 18 – 30 มิลลิวินาที (เร็วระดับต้น ๆ)
  • มีระบบ Smart Order Routing ที่จะส่งคำสั่งไปยังสภาพคล่องที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ
  • ไม่มีการรีโควต (Requote) ใน Core Account

เทคนิค: หากคุณใช้ Scalping หรือ EA ความเร็วระดับนี้สามารถลด Slippage และหลุดราคาที่ไม่จำเป็นได้มาก

ระบบฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม

แม้จะเป็นโบรกเกอร์ระดับโลก แต่ Oanda ก็ให้ความสำคัญกับความสะดวกของเทรดเดอร์ในแต่ละประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะ “การฝากถอนเงิน” ที่ถือเป็น “เส้นเลือดหลัก” ของเทรดเดอร์ทุกคน การฝากง่าย ถอนเร็ว ไม่ยุ่งยาก = ความเชื่อมั่นในการใช้โบรกเกอร์ระยะยาวครับ

ช่องทางการฝากถอนเงิน Oanda สำหรับคนไทย
รูปที่ 4 ช่องทางการฝากถอนเงินของ Oanda ทีหลากหลาย และไม่มีค่าธรรมเนียมการฝากถอน ยกเว้นการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต

ช่องทางการฝากเงินสำหรับเทรดเดอร์ไทย

ช่องทางระยะเวลาหมายเหตุ
Internet Banking ไทยภายใน 10 นาที – 2 ชม.ไม่มีค่าธรรมเนียมจาก Oanda
บัตรเครดิต / เดบิตทันทีต้อง Verify ก่อนใช้งาน
Skrill / Netellerภายใน 1 วันไม่มีค่าธรรมเนียมฝั่ง Oanda
คริปโต (USDT)ภายใน 10–30 นาทีต้องขอ Address ผ่านแชท
Wire Transfer (SWIFT)2–5 วันทำการสำหรับยอดใหญ่ (50,000+ บาท)

 

Oanda ไม่มีการรับฝากเงินจากบุคคลอื่นเด็ดขาด ชื่อต้องตรงกับบัญชีเทรดเท่านั้น

การถอนเงิน: ง่าย เร็ว และโปร่งใส

Oanda มีระบบถอนเงินที่ รองรับธนาคารไทยโดยตรง ซึ่งเป็นข้อดีมาก โดยคุณสามารถถอนเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง

ช่องทางเวลาดำเนินการค่าธรรมเนียมจาก Oanda
ธนาคารไทย (บัญชีตรง)1 – 2 วันทำการไม่มี
Skrill / Netellerภายใน 24 ชม.ไม่มี
Cryptoภายใน 30 นาที – 2 ชม.ไม่มี
Wire Transfer3 – 5 วันไม่มี (แต่ธนาคารอาจหักเอง)

 

ค่าธรรมเนียมฝาก-ถอน: ไม่มีแอบแฝง

  • Oanda ไม่เก็บค่าธรรมเนียมทั้งฝากและถอน
  • แต่…ช่องทางบางอย่างอาจมี “ค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการภายนอก” เช่น
    • บัตรเครดิต — > ธนาคารผู้ออกอาจคิด 1–2.5%
    • Crypto — > มีค่าธรรมเนียมโอนตาม Blockchain
    • Wire Transfer — > ธนาคารหักค่าบริการระหว่างประเทศ (400–1,000 บาท)

ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย

  • ชื่อต้องตรงกับบัญชีเทรดทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถฝาก/ถอนได้
  • การถอนเงินครั้งแรกอาจต้องยืนยันตัวตนและบัญชีธนาคารอีกครั้ง
  • ทุกคำขอถอนเงินจะมีอีเมลยืนยันจาก Oanda เพื่อความปลอดภัย

ระบบป้องกันความเสี่ยง (Risk Management)

  • มีเครื่องมือ “Take Profit / Stop Loss / Trailing Stop” ที่ปรับตั้งได้ตั้งแต่เปิดออเดอร์
  • รองรับ Negative Balance Protection (กันล้างพอร์ตติดลบ)
  • ระบบ Leverage Auto-Reduce ป้องกัน Over Exposure

เทคนิค: ใช้ Trailing Stop ร่วมกับการเทรดเทรนด์ยาว (Trend Following) บนกราฟ 4H หรือ Daily เพื่อเก็บกำไรระยะยาวแบบมีวินัย

การใช้ VPS และ EA ใน Oanda

  • Oanda มีให้บริการ VPS ฟรี สำหรับคนที่เทรดเกินปริมาณที่กำหนด
  • รองรับ EA ทุกประเภทผ่าน MT4/MT5 โดยไม่บล็อก
  • ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Time Limit หรือจำนวนคำสั่ง (เหมาะกับ High Frequency)

เทคนิค: เชื่อม EA ผ่าน VPS จะช่วยลด Latency จาก ~30ms เหลือเพียง 5–10ms ซึ่งส่งผลมากในตลาดเร็ว

ระบบ Copytrade ของ Oanda เป็นยังไง?

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังวิเคราะห์กราฟไม่แม่น หรือไม่มีเวลาดูจอตลอดวัน ระบบ Copy Trade คือ “ทางลัดที่ฉลาดที่สุด” ในการเทรด Forex ให้มีโอกาสทำกำไรได้โดยอิงกับความสามารถของ “เทรดเดอร์มืออาชีพ”

น่าเสียดายที่คือ… Oanda ไม่มีระบบ Copytrade ที่ใช้งานง่าย รองรับคนไทย จึงต้องใช้บริการจากมือที่สามแทน T^T

Oanda ไม่มีระบบ Copy Trade ต้องใช้บริการจากมือที่สาม
รูปที่ 5 ระบบ Copy Trade ของ Oanda ไม่มี จึงแนะนำให้ลองไปใช้บริการของ mql5 และ myfxbook แทนก่อนก็ได้

ข้อเสียของ Oanda ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน

แม้ว่า Oanda จะเป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่มีจุดแข็งมากมาย แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “เพอร์เฟกต์” สำหรับทุกคน การรู้ “ข้อเสีย” หรือ “จุดที่ควรระวัง” จะช่วยให้คุณวางแผนเทรดได้ปลอดภัยขึ้น และลดความคาดหวังที่ผิดพลาด มาดูกันแบบชัด ๆ เลยครับว่า Oanda มีจุดอ่อนอะไรบ้าง?

1. ไม่รองรับ Copytrade โดยตรงแบบครบวงจร

  • แม้ในอดีตจะมีระบบ Copytrade ผ่าน Myfxbook AutoTrade
    แต่ปัจจุบัน Oanda ไม่มีระบบ Copytrade ในแพลตฟอร์มหลัก เหมือนโบรกเกอร์อื่น เช่น eToro หรือ Exness
  • ลูกค้าที่ต้องการ Copytrade ต้องเชื่อมต่อระบบจากภายนอก ซึ่งอาจใช้งานยากสำหรับมือใหม่
  • บัญชีบางประเภทไม่สามารถใช้งานกับ AutoTrade ได้ (ตามรายงานจากผู้ใช้งานจริง)

คำแนะนำ: ถ้าคุณต้องการ Copytrade เป็นหลัก ควรเช็กความเข้ากันของบัญชี Oanda กับ Myfxbook หรือพิจารณาโบรกที่มีระบบนี้ในตัว

2. การถอนเงินใช้เวลานานกว่าคู่แข่ง

  • การถอนเงินผ่านธนาคารไทย หรือ Wire Transfer อาจใช้เวลา 3 – 7 วันทำการ
  • ระบบมี “เงื่อนไขลำดับการถอน (hierarchy rule)” — > หากฝากหลายช่องทาง ต้องถอนกลับตามลำดับก่อนหลัง
  • ถอนขั้นต่ำต้อง USD 50 หรือเทียบเท่า และอาจมีค่าธรรมเนียมกรณีถอนซ้ำในเดือนเดียวกัน (บางประเทศ)

คำแนะนำ: วางแผนถอนเงินล่วงหน้า หลีกเลี่ยงการถอนวันศุกร์เย็นหรือช่วงหยุดยาว

3. ไม่มีแพลตฟอร์ม Copytrade หรือ Social Trading บนมือถือ

  • Oanda ไม่มีแอป Copytrade หรือระบบ “ตามมือโปร” แบบโบรกที่มีฟีเจอร์ Social Trading
  • แม้จะมี MT4 / MT5 / Webtrader แต่ไม่มีการแชร์พอร์ตสาธารณะของเทรดเดอร์ให้กดติดตามในแอป

คำแนะนำ: ถ้าคุณมองหาแรงบันดาลใจจากเทรดเดอร์คนอื่น หรืออยากเรียนรู้แบบดูพอร์ตจริง แพลตฟอร์มนี้อาจไม่ตอบโจทย์

4. หน้าเว็บและฝ่ายบริการยังไม่รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ

  • เว็บไซต์หลักส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ
  • ศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center) ยังไม่มีภาษาไทย
  • แม้จะมีทีมแชทซัพพอร์ตที่ตอบเร็ว แต่ยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

คำแนะนำ: หากคุณยังไม่ชำนาญภาษาอังกฤษ ควรฝึกใช้งานระบบเทรดให้คล่อง หรือเลือกใช้บัญชีเดโมก่อน

5. ไม่มีโปรโมชั่น / โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่

  • Oanda เน้นลูกค้า “สายจริงจัง” ที่ไม่ได้มาหาโบนัส
  • ไม่มีโปรฝากรับเครดิตเพิ่ม / เทรดครบรับของรางวัล / โบนัสแนะนำเพื่อน ฯลฯ
  • สำหรับบางคนที่มองหาความคุ้มค่าในช่วงเริ่มต้น อาจรู้สึกว่าไม่ค่อยได้อะไร “ฟรี” จากโบรกนี้

คำแนะนำ: ถ้าอยากเทรดระยะยาว แบบไม่พึ่งพาโบนัส โบรกนี้เหมาะมาก แต่ถ้าคุณเทรดสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนโบรกบ่อย อาจไม่คุ้ม

6. การตั้งค่า VPS ต้องทำผ่านระบบภายนอก

  • แม้จะรองรับ EA และการใช้งานแบบ High Frequency แต่ Oanda ไม่มี VPS ฟรีในตัวระบบ
  • เทรดเดอร์ต้องใช้บริการ VPS จากภายนอก เช่น Amazon AWS, BeeksFX, หรือ VULTR
  • ไม่มี Dashboard ให้จัดการ EA แบบ user-friendly ในหน้าเว็บ (เหมือนบางโบรก)

คำแนะนำ: ถ้าคุณเป็นสาย EA / Algo trading เต็มตัว — > ควรเตรียม VPS เองตั้งแต่ต้น

ผู้ให้บริการ VPS ที่แนะนำสำหรับ Oanda
รูปที่ 6 VPS ที่แนะนำจะมีอยู่ 3 ค่ายนี้ ที่ใช้แล้วคิดว่าเวริคนะ

7. ไม่มีบัญชีแบบ Zero Spread

  • แม้ Core Account จะมี Spread ต่ำมาก (~0.3 pip) แต่ Oanda ไม่มีบัญชีแบบ Spread 0.0 pip แท้ ๆ
  • ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความแม่นยำระดับ Tick สำหรับกลยุทธ์เฉพาะ เช่น Arbitrage

คำแนะนำ: สำหรับ Scalper ทั่วไป Core Account ยังถือว่าเพียงพอ
แต่ถ้าคุณต้องการ Spread 0.0 pip แบบแท้จริง อาจต้องมองโบรกเกอร์ที่มีบัญชีประเภท Raw Spread

ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Oanda น่าใช้งานไหม?

Oanda คือโบรกเกอร์ระดับโลกที่เน้น “ความโปร่งใสและเสถียรภาพ” เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่จริงจังกับการสร้างผลตอบแทนระยะยาว ไม่เน้นโบนัสหวือหวาแต่เน้นระบบที่เชื่อถือได้

จุดแข็งอยู่ที่สเปรดที่นิ่ง ระบบส่งคำสั่งเร็ว และใบอนุญาตระดับท็อปจากหลายประเทศ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่อง Copytrade และความยืดหยุ่นบางอย่างที่นักเทรดมือใหม่ควรรู้ก่อนใช้งาน ถ้าคุณพร้อมเติบโตแบบมั่นคง Oanda อาจเป็นบ้านหลังใหม่ที่ใช่สำหรับพอร์ตของคุณครับ

บทความแนะนำสำหรับผู้เริ่มเทรด Forex 

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ click เพื่อเลือกอ่าน !!

สารบัญบทความ