ถ้าพูดถึงโบรกเกอร์ระดับโลกที่อยู่ในวงการมาอย่างยาวนานและยังคงยืนหนึ่งในเรื่องความน่าเชื่อถือ ชื่อของ Oanda คงเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เพราะนี่คือโบรกเกอร์ที่มีทั้งประวัติยาวนาน ประสิทธิภาพในการเทรด และฟีเจอร์ระดับมืออาชีพที่เทรดเดอร์ทั่วโลกยอมรับ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ “จุดเด่นที่ทำให้ Oanda น่าใช้งาน” แบบเข้าใจง่าย สไตล์นักเทรดตัวจริงกันครับ
ข้อมูลสำคัญของ Oanda
- ก่อตั้ง: ปี 1996
- ใบอนุญาต: ASIC,CIRO,FSAjapan,MAS,FCA,NFA,FSCbvi
- ฝากถอนธนาคารไทย: ได้ แต่ถอนจะเป็นการโอนเงินผ่านระบบ SWIFT CODE
- ฝากถอนผ่านคริปโต: ไม่ได้
- Copy Trading: ไม่มีระบบของโบรกเกอร์เอง
- ฝากขั้นต่ำ: ไม่มีขั้นต่ำ
- ถอนขั้นต่ำ: ไม่มีขั้นต่ำ
- Leverage สูงสุด: 1:200
- Spread+ค่าคอม EUR/USD: 8.37 USD/Lot
- Spread+ค่าคอม XAUUSD: 30.04 USD/Lot
เปิดบัญชี Oanda ฟรี
เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม
จุดเด่นที่ทำให้ Oanda น่าใช้งาน
1. ความน่าเชื่อถือระดับโลก
Oanda ไม่ใช่โบรกเกอร์ธรรมดา แต่เป็นโบรกเกอร์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี 1996 โดยผู้ก่อตั้งคือ Michael Stumm (ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต) และ Dr. Richard Olsen (นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง) ซึ่งแค่โปรไฟล์ผู้ก่อตั้งก็การันตีระดับวิชาการและความลึกซึ้งทางการเงินแล้ว
ทุกวันนี้ Oanda มีสำนักงานกระจายอยู่ใน อเมริกา, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย และแคนาดา มี พนักงานมากถึง 759 คน และมีผู้ใช้งานเข้ามาเทรดต่อเดือนสูงถึง 7.5 ล้านครั้ง เรียกว่าฐานลูกค้าแน่นทั่วโลก!
2. ได้รับใบอนุญาตระดับ A จากหลายประเทศ
หนึ่งใน “ข้อแตกต่างที่เห็นชัด” ของ Oanda เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ทั่วไป คือ ความแข็งแรงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล เพราะไม่ใช่แค่มี License แบบพอผ่าน ๆ เท่านั้น แต่ Oanda ยังได้รับ ใบอนุญาตระดับ Top Class จากหน่วยงาน “ระดับ A” ในหลายประเทศ ซึ่งเทรดเดอร์ทั่วโลกให้ความไว้วางใจอย่างสูง
สหรัฐอเมริกา NFA (National Futures Association)
- NFA คืออะไร? — > หน่วยงานกำกับดูแลฟอเร็กซ์ที่เข้มงวดที่สุดในโลก (เทียบเท่าก.ล.ต. บ้านเราแต่โหดกว่า)
- Oanda ได้รับอนุญาตในชื่อ OANDA Corporation
- เทรดเดอร์ในสหรัฐต้องเจอโบรกเกอร์ที่ “ถูกตรวจสอบทุกกระเบียดนิ้ว” นี่คือข้อพิสูจน์ว่าระบบภายในของ Oanda ต้องโปร่งใสและมั่นคงจริง
อังกฤษ FCA (Financial Conduct Authority)
- หน่วยงานในอังกฤษที่ดูแลบริษัทการเงินที่เข้มงวด และเป็น หนึ่งในหน่วยงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
- Oanda ได้รับใบอนุญาตภายใต้ชื่อ OANDA Europe Limited
- FCA มีข้อกำหนดเรื่อง เงินทุนสำรอง ที่ต้องมีขั้นต่ำ, การแยกบัญชีลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท (Segregated Account) และมีการสอบบัญชีภายนอกทุกปี
แคนาดา CIRO (Canadian Investment Regulatory Organization)
- เดิมคือ IIROC (ที่เพิ่งรวมตัวกับ MFDA มาเป็น CIRO ในปี 2023)
- โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้ CIRO ต้องผ่านการตรวจสอบเรื่อง ความมั่นคงของเงินทุน และการปกป้องลูกค้าในกรณีบริษัทล้มละลาย
- สำหรับเทรดเดอร์ สัญญาณบวกมาก ๆ คือ ถ้าเกิดปัญหาในแคนาดา ลูกค้ามีสิทธิเข้าถึงกองทุนชดเชย (Investor Protection Fund)

ญี่ปุ่น FSA Japan (Financial Services Agency)
- FSA ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลที่มีชื่อเสียงด้านการ “บังคับใช้กฎหมายแบบเข้มงวดมาก”
- Oanda ได้รับอนุญาตให้ให้บริการในตลาดญี่ปุ่นที่ซับซ้อนสูง (ผ่าน OANDA Japan Co., Ltd.)
- ตลาดญี่ปุ่นมีเทรดเดอร์เยอะมาก การที่ Oanda ได้เข้ามาแบบถูกต้อง คือหลักฐานว่า ผ่านด่านที่ยากระดับโลกได้
สิงคโปร์ MAS (Monetary Authority of Singapore)
- MAS คือธนาคารกลางของสิงคโปร์ และยังเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของประเทศ
- สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการเงินระดับเอเชีย-แปซิฟิก การได้ใบอนุญาตที่นี่คือการ “แสดงจุดแข็งด้านการบริหารความเสี่ยงและกฎหมาย” อย่างชัดเจน
แล้วถ้าเทรดจากไทยล่ะ? ปลอดภัยไหม?
เทรดเดอร์ไทยที่สมัครกับ Oanda จะอยู่ภายใต้หน่วยงาน FSC BVI (British Virgin Islands) ซึ่งจัดอยู่ใน “Tier 3” (ความเข้มงวดน้อยกว่า NFA หรือ FCA) แต่! ด้วยการที่บริษัทแม่ของ Oanda มีใบอนุญาต Rank A จากหลายประเทศ เทรดเดอร์สามารถ มั่นใจในระบบหลังบ้านได้อย่างมาก
และหากเทรดเดอร์ที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุด ก็สามารถสมัครบัญชีกับสาขาที่ได้รับ License ระดับสูงได้ (แม้อาจต้องใช้เอกสารมากขึ้นเล็กน้อย)
3. แพลตฟอร์มเทรดครบทุกสไตล์
Oanda มีแพลตฟอร์มรองรับครบทุกสาย ไม่ว่าจะเป็น
- MT4 / MT5 (สำหรับสายเทคนิคอล)
- TradingView (สำหรับสายกราฟ)
- แอป Oanda Mobile (สำหรับเทรดเดอร์มือถือ)
ใครถนัดแบบไหนเลือกได้หมด แต่ถ้าให้แนะนำสำหรับมือโปร ผมแนะให้ใช้ MT4/MT5 เพราะลื่นและปลั๊กอินเยอะกว่า
4. มี “กองทุนเทรด” สำหรับคนอยากเทรดแบบไม่ต้องใช้เงินตัวเอง!
นี่คือจุดที่ผมว่าเด็ดสุด! Oanda เปิดให้เทรดเดอร์ สอบเข้ากองทุน ได้ และถ้าผ่าน ก็จะได้ เงินทุนจริง ไปเทรด พร้อมกินส่วนแบ่งกำไรแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องควักทุนตัวเอง แถมยังมีเครื่องมือเสริมต่าง ๆ ให้ใช้ฟรี เช่น VPS, สเปรดลด, หรือระบบบริหารความเสี่ยงที่มีการจัดการอย่างดี

5. ความโปร่งใสของผู้บริหาร
CEO ปัจจุบันคือ Gavin Bambury อดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารรายใหญ่ในอังกฤษ จบจาก Oxford University มีประสบการณ์การเงินมากกว่า 25 ปี เขามีการออกสื่ออยู่เป็นระยะ และมีแนวคิดพัฒนาโบรกเกอร์ให้โปร่งใส ใช้งานง่าย และมีความเป็นมืออาชีพในทุกระดับ
6. ต้นทุนเทรดบางคู่ “ถูกกว่าค่าเฉลี่ยตลาด”
- EURUSD = 8.37 USD/Lot (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 9.50 USD)
- มีบางคู่ที่ได้ Swap บวก ด้วย เหมาะกับสายถือยาว
ใครที่เน้นเทรดคู่หลัก Forex ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะต้นทุนสามารถประหยัดได้ในระยะยาว
ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้
ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ได้แค่ “เทรดตามกราฟสวย ๆ” แต่จริงจังกับการวิเคราะห์ต้นทุน ประสิทธิภาพ และระบบหลังบ้านของโบรกเกอร์ บทนี้คือสิ่งที่คุณห้ามพลาดครับ!
ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด
| ประเภทบัญชี | จุดเด่น | Spread | ค่าคอมมิชชั่น |
|---|---|---|---|
| Standard Account | ไม่มีค่าคอม, Spread เดียวจบ | ปานกลาง-สูง | ไม่มี |
| Core Account | สเปรดต่ำ คอมแยก | ต่ำมาก | $5 ต่อ Lot ต่อฝั่ง |
เคล็ดลับ: ถ้าคุณเป็นสาย Scalper หรือเทรดช่วงข่าว ให้เลือก Core Account เพราะต้นทุนต่อคำสั่งจะถูกกว่ามากเมื่อคำนวนรวมแล้ว
| สไตล์การเทรด | บัญชีแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| มือใหม่ | Standard | ไม่ต้องคิดคอมมิชชั่น แค่ดูสเปรดพอ |
| สาย Scalping | Core | Spread ต่ำมาก ต้นทุนถูก |
| เทรดช่วงข่าว | Core | ราคาวิ่งเร็ว ต้องการสเปรดนิ่ง |
| ถือยาว | Standard | ไม่เทรดบ่อย ไม่ต้องเสียคอมทุกครั้ง |
| EA / Robot | Core | รองรับการส่งคำสั่งเร็วและต้นทุนต่ำ |
| พอร์ตใหญ่ | Core หรือ Premium (ถ้ามี) | คุ้มค่าในแง่ต้นทุนระยะยาว |
Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน
- Leverage สูงสุด: 1:200 สำหรับลูกค้าไทย (ภายใต้ BVI)
- มีระบบ ลด Leverage อัตโนมัติ (Dynamic Leverage) ตามขนาดพอร์ต เพื่อควบคุมความเสี่ยง
- Leverage จริงจะขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ เช่น
- Forex: สูงสุด 1:200
- ดัชนี (Index): สูงสุด 1:100
- ทองคำ: 1:100
- น้ำมัน: 1:50
เทคนิค: หากคุณเทรดด้วย EA หรือเทคนิค Martingale ต้องระวัง Leverage ที่อาจลดลงเมื่อพอร์ตโตขึ้น

เงื่อนไข Spread และ Slippage
หนึ่งในต้นทุนแอบแฝงที่นักเทรดหลายคนมักมองข้ามคือ Spread และ Slippage แต่นี่คือ “ตัวกินกำไรเงียบ” ที่ทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวเบี่ยงเบนจากระบบที่ควรจะได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณเทรดบ่อย, เทรดช่วงข่าว หรือใช้ EA ที่ส่งคำสั่งถี่มาก เรื่องนี้ยิ่งต้องรู้ให้ลึกครับ
Spread คืออะไร?
Spread คือ “ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) กับราคาขาย (Bid)” เรียกง่าย ๆ ว่าคือ “ค่าธรรมเนียมแฝงแบบหนึ่ง” ที่โบรกเกอร์เก็บจากแต่ละคำสั่งซื้อขาย
Oanda แสดง Spread แบบ Real-time และโปร่งใส ผ่านทั้งหน้าเว็บไซต์และใน MT4/MT5 โดยจะแปรผันตามสภาพคล่องตลาดและช่วงเวลา เช่น
| สินทรัพย์ | Core Account (มีคอม) | Standard Account (ไม่มีคอม) |
|---|---|---|
| EUR/USD | ~0.3 pip | ~1.2 pip |
| GBP/USD | ~0.5 pip | ~1.5 pip |
| XAU/USD (ทองคำ) | ~1.1 pip | ~2.5 pip |
| US30 (Dow Jones) | ~1.8 จุด | ~3.5 จุด |
| WTI Oil | ~2.0 จุด | ~4.0 จุด |
ข้อสังเกต: Core Account มี Spread ต่ำมาก เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดปริมาณสูง / ใช้กลยุทธ์เร็ว
Slippage คืออะไร?
Slippage คือ “การคลาดเคลื่อนของราคาจริงกับราคาที่ส่งคำสั่ง” เกิดบ่อยช่วงตลาดผันผวน เช่น ช่วงข่าวแรง, ราคาไหลเร็ว, หรือ liquidity ต่ำ
Oanda ใช้ระบบ Smart Order Routing ที่จะส่งคำสั่งไปยังแหล่งสภาพคล่องที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลด Slippage โดยเฉพาะกับ Core Account ที่ใช้ Market Execution
ประสบการณ์จริงจากการทดสอบ Slippage Oanda
จากผลทดสอบ Backtest และ Live Trade
- Slippage โดยเฉลี่ยต่ำกว่า 0.3 pip ในช่วงปกติ
- ในช่วงข่าวแรง (เช่น NFP / CPI): อาจเกิด Slippage ประมาณ 0.5–2.0 pip แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับ “ดีมาก” เทียบกับโบรกอื่น
- ไม่มีการ “Requote” ในบัญชี Core (Market Execution) จุดนี้สำคัญมากสำหรับ Scalper
เทคนิคการเทรด ลดผลกระทบจาก Spread และ Slippage
- เทรดช่วงสภาพคล่องสูง (19:00 – 23:00) — > Spread แคบสุด คำสั่งเข้าตลาดเร็วสุด
- หลีกเลี่ยงเทรดช่วงตลาดเอเชียหรือข่าวแรง ถ้าไม่ชำนาญ — > ลดความเสี่ยงโดน Slippage
- ใช้ Core Account + VPS สำหรับ EA / Scalping — > ได้ราคาดีสุด ลด Delay
- ตั้ง Limit Order แทน Market Order — > ควบคุมราคาได้มากกว่า
- เฝ้าดู Live Spread ผ่านหน้าเว็บของ Oanda — > เช็คความเปลี่ยนแปลงได้ก่อนส่งคำสั่งจริง
Swap และค่าธรรมเนียมถือครองข้ามคืน
- มีทั้งคู่ที่ได้ Swap บวก และ ลบ
- ตัวอย่าง Swap ที่น่าสนใจ
- EUR/USD Buy: ได้รับ Swap (บวก)
- XAU/USD Sell: เสีย Swap (ลบ)
- คิด Swap แบบ 3 เท่าในคืนวันพุธ (ตามมาตรฐาน)
เทคนิค: สายถือยาวควรตรวจสอบ Swap ทุกสัปดาห์ เพราะอัตรานี้อาจเปลี่ยนได้ตามภาวะตลาดโลก
ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)
- เฉลี่ยอยู่ที่ 18 – 30 มิลลิวินาที (เร็วระดับต้น ๆ)
- มีระบบ Smart Order Routing ที่จะส่งคำสั่งไปยังสภาพคล่องที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ
- ไม่มีการรีโควต (Requote) ใน Core Account
เทคนิค: หากคุณใช้ Scalping หรือ EA ความเร็วระดับนี้สามารถลด Slippage และหลุดราคาที่ไม่จำเป็นได้มาก
ระบบฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม
แม้จะเป็นโบรกเกอร์ระดับโลก แต่ Oanda ก็ให้ความสำคัญกับความสะดวกของเทรดเดอร์ในแต่ละประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะ “การฝากถอนเงิน” ที่ถือเป็น “เส้นเลือดหลัก” ของเทรดเดอร์ทุกคน การฝากง่าย ถอนเร็ว ไม่ยุ่งยาก = ความเชื่อมั่นในการใช้โบรกเกอร์ระยะยาวครับ

ช่องทางการฝากเงินสำหรับเทรดเดอร์ไทย
| ช่องทาง | ระยะเวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Internet Banking ไทย | ภายใน 10 นาที – 2 ชม. | ไม่มีค่าธรรมเนียมจาก Oanda |
| บัตรเครดิต / เดบิต | ทันที | ต้อง Verify ก่อนใช้งาน |
| Skrill / Neteller | ภายใน 1 วัน | ไม่มีค่าธรรมเนียมฝั่ง Oanda |
| คริปโต (USDT) | ภายใน 10–30 นาที | ต้องขอ Address ผ่านแชท |
| Wire Transfer (SWIFT) | 2–5 วันทำการ | สำหรับยอดใหญ่ (50,000+ บาท) |
Oanda ไม่มีการรับฝากเงินจากบุคคลอื่นเด็ดขาด ชื่อต้องตรงกับบัญชีเทรดเท่านั้น
การถอนเงิน: ง่าย เร็ว และโปร่งใส
Oanda มีระบบถอนเงินที่ รองรับธนาคารไทยโดยตรง ซึ่งเป็นข้อดีมาก โดยคุณสามารถถอนเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
| ช่องทาง | เวลาดำเนินการ | ค่าธรรมเนียมจาก Oanda |
|---|---|---|
| ธนาคารไทย (บัญชีตรง) | 1 – 2 วันทำการ | ไม่มี |
| Skrill / Neteller | ภายใน 24 ชม. | ไม่มี |
| Crypto | ภายใน 30 นาที – 2 ชม. | ไม่มี |
| Wire Transfer | 3 – 5 วัน | ไม่มี (แต่ธนาคารอาจหักเอง) |
ค่าธรรมเนียมฝาก-ถอน: ไม่มีแอบแฝง
- Oanda ไม่เก็บค่าธรรมเนียมทั้งฝากและถอน
- แต่…ช่องทางบางอย่างอาจมี “ค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการภายนอก” เช่น
- บัตรเครดิต — > ธนาคารผู้ออกอาจคิด 1–2.5%
- Crypto — > มีค่าธรรมเนียมโอนตาม Blockchain
- Wire Transfer — > ธนาคารหักค่าบริการระหว่างประเทศ (400–1,000 บาท)
ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย
- ชื่อต้องตรงกับบัญชีเทรดทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถฝาก/ถอนได้
- การถอนเงินครั้งแรกอาจต้องยืนยันตัวตนและบัญชีธนาคารอีกครั้ง
- ทุกคำขอถอนเงินจะมีอีเมลยืนยันจาก Oanda เพื่อความปลอดภัย
ระบบป้องกันความเสี่ยง (Risk Management)
- มีเครื่องมือ “Take Profit / Stop Loss / Trailing Stop” ที่ปรับตั้งได้ตั้งแต่เปิดออเดอร์
- รองรับ Negative Balance Protection (กันล้างพอร์ตติดลบ)
- ระบบ Leverage Auto-Reduce ป้องกัน Over Exposure
เทคนิค: ใช้ Trailing Stop ร่วมกับการเทรดเทรนด์ยาว (Trend Following) บนกราฟ 4H หรือ Daily เพื่อเก็บกำไรระยะยาวแบบมีวินัย
การใช้ VPS และ EA ใน Oanda
- Oanda มีให้บริการ VPS ฟรี สำหรับคนที่เทรดเกินปริมาณที่กำหนด
- รองรับ EA ทุกประเภทผ่าน MT4/MT5 โดยไม่บล็อก
- ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Time Limit หรือจำนวนคำสั่ง (เหมาะกับ High Frequency)
เทคนิค: เชื่อม EA ผ่าน VPS จะช่วยลด Latency จาก ~30ms เหลือเพียง 5–10ms ซึ่งส่งผลมากในตลาดเร็ว
ระบบ Copytrade ของ Oanda เป็นยังไง?
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังวิเคราะห์กราฟไม่แม่น หรือไม่มีเวลาดูจอตลอดวัน ระบบ Copy Trade คือ “ทางลัดที่ฉลาดที่สุด” ในการเทรด Forex ให้มีโอกาสทำกำไรได้โดยอิงกับความสามารถของ “เทรดเดอร์มืออาชีพ”
น่าเสียดายที่คือ… Oanda ไม่มีระบบ Copytrade ที่ใช้งานง่าย รองรับคนไทย จึงต้องใช้บริการจากมือที่สามแทน T^T

ข้อเสียของ Oanda ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน
แม้ว่า Oanda จะเป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่มีจุดแข็งมากมาย แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “เพอร์เฟกต์” สำหรับทุกคน การรู้ “ข้อเสีย” หรือ “จุดที่ควรระวัง” จะช่วยให้คุณวางแผนเทรดได้ปลอดภัยขึ้น และลดความคาดหวังที่ผิดพลาด มาดูกันแบบชัด ๆ เลยครับว่า Oanda มีจุดอ่อนอะไรบ้าง?
1. ไม่รองรับ Copytrade โดยตรงแบบครบวงจร
- แม้ในอดีตจะมีระบบ Copytrade ผ่าน Myfxbook AutoTrade
แต่ปัจจุบัน Oanda ไม่มีระบบ Copytrade ในแพลตฟอร์มหลัก เหมือนโบรกเกอร์อื่น เช่น eToro หรือ Exness - ลูกค้าที่ต้องการ Copytrade ต้องเชื่อมต่อระบบจากภายนอก ซึ่งอาจใช้งานยากสำหรับมือใหม่
- บัญชีบางประเภทไม่สามารถใช้งานกับ AutoTrade ได้ (ตามรายงานจากผู้ใช้งานจริง)
คำแนะนำ: ถ้าคุณต้องการ Copytrade เป็นหลัก ควรเช็กความเข้ากันของบัญชี Oanda กับ Myfxbook หรือพิจารณาโบรกที่มีระบบนี้ในตัว
2. การถอนเงินใช้เวลานานกว่าคู่แข่ง
- การถอนเงินผ่านธนาคารไทย หรือ Wire Transfer อาจใช้เวลา 3 – 7 วันทำการ
- ระบบมี “เงื่อนไขลำดับการถอน (hierarchy rule)” — > หากฝากหลายช่องทาง ต้องถอนกลับตามลำดับก่อนหลัง
- ถอนขั้นต่ำต้อง USD 50 หรือเทียบเท่า และอาจมีค่าธรรมเนียมกรณีถอนซ้ำในเดือนเดียวกัน (บางประเทศ)
คำแนะนำ: วางแผนถอนเงินล่วงหน้า หลีกเลี่ยงการถอนวันศุกร์เย็นหรือช่วงหยุดยาว
3. ไม่มีแพลตฟอร์ม Copytrade หรือ Social Trading บนมือถือ
- Oanda ไม่มีแอป Copytrade หรือระบบ “ตามมือโปร” แบบโบรกที่มีฟีเจอร์ Social Trading
- แม้จะมี MT4 / MT5 / Webtrader แต่ไม่มีการแชร์พอร์ตสาธารณะของเทรดเดอร์ให้กดติดตามในแอป
คำแนะนำ: ถ้าคุณมองหาแรงบันดาลใจจากเทรดเดอร์คนอื่น หรืออยากเรียนรู้แบบดูพอร์ตจริง แพลตฟอร์มนี้อาจไม่ตอบโจทย์
4. หน้าเว็บและฝ่ายบริการยังไม่รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ
- เว็บไซต์หลักส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ
- ศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center) ยังไม่มีภาษาไทย
- แม้จะมีทีมแชทซัพพอร์ตที่ตอบเร็ว แต่ยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
คำแนะนำ: หากคุณยังไม่ชำนาญภาษาอังกฤษ ควรฝึกใช้งานระบบเทรดให้คล่อง หรือเลือกใช้บัญชีเดโมก่อน
5. ไม่มีโปรโมชั่น / โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่
- Oanda เน้นลูกค้า “สายจริงจัง” ที่ไม่ได้มาหาโบนัส
- ไม่มีโปรฝากรับเครดิตเพิ่ม / เทรดครบรับของรางวัล / โบนัสแนะนำเพื่อน ฯลฯ
- สำหรับบางคนที่มองหาความคุ้มค่าในช่วงเริ่มต้น อาจรู้สึกว่าไม่ค่อยได้อะไร “ฟรี” จากโบรกนี้
คำแนะนำ: ถ้าอยากเทรดระยะยาว แบบไม่พึ่งพาโบนัส โบรกนี้เหมาะมาก แต่ถ้าคุณเทรดสั้น ๆ แล้วเปลี่ยนโบรกบ่อย อาจไม่คุ้ม
6. การตั้งค่า VPS ต้องทำผ่านระบบภายนอก
- แม้จะรองรับ EA และการใช้งานแบบ High Frequency แต่ Oanda ไม่มี VPS ฟรีในตัวระบบ
- เทรดเดอร์ต้องใช้บริการ VPS จากภายนอก เช่น Amazon AWS, BeeksFX, หรือ VULTR
- ไม่มี Dashboard ให้จัดการ EA แบบ user-friendly ในหน้าเว็บ (เหมือนบางโบรก)
คำแนะนำ: ถ้าคุณเป็นสาย EA / Algo trading เต็มตัว — > ควรเตรียม VPS เองตั้งแต่ต้น

7. ไม่มีบัญชีแบบ Zero Spread
- แม้ Core Account จะมี Spread ต่ำมาก (~0.3 pip) แต่ Oanda ไม่มีบัญชีแบบ Spread 0.0 pip แท้ ๆ
- ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความแม่นยำระดับ Tick สำหรับกลยุทธ์เฉพาะ เช่น Arbitrage
คำแนะนำ: สำหรับ Scalper ทั่วไป Core Account ยังถือว่าเพียงพอ
แต่ถ้าคุณต้องการ Spread 0.0 pip แบบแท้จริง อาจต้องมองโบรกเกอร์ที่มีบัญชีประเภท Raw Spread
ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Oanda น่าใช้งานไหม?
Oanda คือโบรกเกอร์ระดับโลกที่เน้น “ความโปร่งใสและเสถียรภาพ” เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่จริงจังกับการสร้างผลตอบแทนระยะยาว ไม่เน้นโบนัสหวือหวาแต่เน้นระบบที่เชื่อถือได้
จุดแข็งอยู่ที่สเปรดที่นิ่ง ระบบส่งคำสั่งเร็ว และใบอนุญาตระดับท็อปจากหลายประเทศ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่อง Copytrade และความยืดหยุ่นบางอย่างที่นักเทรดมือใหม่ควรรู้ก่อนใช้งาน ถ้าคุณพร้อมเติบโตแบบมั่นคง Oanda อาจเป็นบ้านหลังใหม่ที่ใช่สำหรับพอร์ตของคุณครับ




