Forexthai.in.th ย่อให้

  • Elliott Wave คือทฤษฎีที่ว่าด้วยการเกิดรูปแบบของราคาขึ้นซ้ำๆ ทำให้เทรดเดอร์สามารถนำแนวคิดนี้มาวิเคราะห์และคาดการณ์ราคาหุ้น, Forex และสินทรัพย์อื่น ๆ ได้
  • Elliott Wave ประกอบไปด้วย
    • คลื่นกระตุ้น (Impulse Wave) จำนวน 5 คลื่น (คลื่นที่ 3 มักจะใหญ่และรุนแรงที่สุด) โดยคลื่นที่ 2, 4 ถือว่าเป็นคลื่นปรับฐานของ Impulse Wave
    • คลื่นปรับฐาน (Corrective Wave) จำนวน 3 คลื่น (A, B, C) เกิดขึ้นหลังจาก Impulse Wave ครบทั้ง 5 คลื่นแล้ว
    • ข้อดีของทฤษฏี Elliott Wave อการวิเคราะห์จิตวิทยาตลาดและรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างรวดเร็วในทุกกรอบเวลา
  • ข้อจำกัดอยู่ที่การนับคลื่นอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเทรดเดอร์ และในตลาดที่มีความผันผวนสูงอาจทำให้รูปร่างของคลื่นไม่ชัดเจน

ทฤษฏี Elliott Wave

วันนี้บทความของเรามีทฤษฎีการเทรดที่น่าสนใจมานำเสนอครับ โดยทฤษฎีนี้เทรดเดอร์สามารถปรับใช้ได้กับทุกสินทรัพย์ เช่น Forex, หุ้น เพราะมันเป็นเทคนิคการอ่านกราฟซึ่งสะท้อนถึงอารมณ์ตลาดและนำไปสู่การคาดการณ์ราคาได้ครับ ชื่อของทฤษฎีนี้ก็คือ “Elliott Wave


ทฤษฏี Elliott Wave คืออะไร?

  • ขอเล่าสักนิดครับว่าทฤษฎีนี้มันเริ่มต้นมาจาก Ralph Nelson Elliott ในช่วงทศวรรษ 1930 โดยเขาสังเกตเห็นว่าตลาดหุ้นเคลื่อนไหวซ้ำๆ เป็นรูปแบบคลื่นที่สามารถคาดการณ์ได้และนำมาต่อยอดคิดค้นเป็นทฤษฎีจนเขียนลงหนังสือของเขาในชื่อ “The Wave Principle”
  • ทฤษฎี Elliott Wave อธิบายว่าตลาดการเงินเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรซ้ำๆ ของคลื่น ซึ่งรูปแบบคลื่นเหล่านี้สะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกของนักลงทุน+เทรดเดอร์และถ่ายทอดออกมาเป็นรูปแบบกราฟที่เคลื่อนไหว
  • Elliott Wave ประกอบไปด้วย
    • คลื่นกระตุ้น (Impulse wave) จำนวน 5 คลื่นที่เคลื่อนตามแนวโน้มหลัก โดยปกติแล้วคลื่นที่ 3 มักจะเป็นคลื่นที่รุนแรงที่สุด ภายในคลื่นนี้ก็มีคลื่นปรับฐานย่อยๆ ก็คือ คลื่นที่ 2 และ 4 (ตามรูปภาพ)
    • คลื่นปรับฐาน (Corrective wave) เป็นคลื่นที่สะท้อนการพักตัวของราคาเกิดขึ้นหลังคลื่นกระตุ้น สามารถมีได้มากถึง 21 รูปแบบเช่น Flats หรือ Sideway, triangles เป็นต้น โดยจะใช้ตัว A, B, C เป็นสัญลักษณ์
  • การที่กราฟราคาจะถือว่าเป็นรูปแบบ Elliott Wave ที่สมบูรณ์ได้นั้นจะต้องเป็นตามเงื่อนไขบางอย่าง เช่น
    • คลื่น 2 จะไม่ลงต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่น 1
    • คลื่น 3 จะสูงกว่ายอดของคลื่น 1 และเป็นคลื่นที่ยาวที่สุด
    • คลื่น 4 จะไม่ลงต่ำกว่ายอดของคลื่น 1
องค์ประกอบของ Elliott Wave
องค์ประกอบของ Elliott Wave มีส่วนหลักคือคลื่นกระตุ้น (Impulse Waves) หมายเลข 1, 3 และ 5 และคลื่นปรับฐาน (Corrective Waves) a,b และ c ส่วนคลื่น 2 และ 4 จัดเป็นคลื่นปรับฐานในคลื่นกระตุ้น

ตัวอย่างการใช้ทฤษฎี Elliott Wave กับ Forex

อย่างที่บอกว่านี่เป็นเพียงทฤษฎีที่เอาไว้เป็นแนวคิดหรือเทคนิคเสริมในการวิเคราะห์ แต่ยังไม่ถือว่าเป็น ระบบเทรด ที่ชัดเจนขนาดนั้นเพราะถ้าจะเป็นระบบเทรดต้องมีเงื่อนไขการเทรดที่เป็นรูปแบบเฉพาะและสามารถ Backtest ได้ แต่ Elliott Wave ก็สามารถใช้กับอินดิเคเตอร์อื่นๆ เพื่อเข้าเทรดได้ครับ

ตัวอย่างที่ 1

การใช้ Fibonacci ร่วมกับทฤษฎี Elliott Wave
จากตัวอย่างคือการใช้อินดิเคเตอร์ Fibonacci ร่วมกับทฤษฎี Elliott Wave โยเราจะใช้ Fibonacci ในการหาจุดกลับตัวของคลื่นลูกที่ 2 หรือ 4 เพื่อเข้าเทรด เพราะเป็นคลื่นปรับฐานคือราคากำลังพักตัวเหมาะที่จะเข้าเทรดตามแนวโน้มอย่างมาก
  • ในกรณีตัวอย่างนี้เราสามารถใช้ทฤษฎี Elliott Wave โดยเฉพาะในช่วงที่เกิด Impulse Wave ร่วมกับอินดิเคเตอร์อย่าง Fibonacci ได้ครับ
  • จากรูปภาพจะเห็นว่าลูกคลื่นที่ 1 (Wave 1) ทำรูปแบบขึ้นไปและเกิดคลื่นที่ 2 (Wave 2) ย่อตัวลงมา
  • ซึ่งจะเห็นว่าตรงกับเงื่อนไขของ Elliott Wave คือ คลื่นลูกที่ 2 ต้องไม่ลงต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของจุดเริ่มต้นคลื่นลูกที่ 1
  • อีกทั้งอินดิเคเตอร์ Fibonacci แสดงให้เห็นว่าจุดที่คลื่นลูกที่ 2 ลงมาถึงนั้นอยู่ในระดับที่ 0.5-0.618 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สำคัญของอินดิเคเตอร์นี้ที่ราคามักจะกลับตัว
  • และผลลัพธ์ก็แสดงให้เห็นว่ากราฟกลับตัวที่ระดับ 0.618 หรือ 61.8% จริงๆ อีกทั้งคลื่นลูกที่ 3 นี้ ทำระดับขึ้นไปสูงกว่าคลื่นลูกที่ 1 และเป็นคลื่นที่ยาวที่สุด ซึ่งตรงกับเงื่อนไข Elliott Wave ด้วย
  • ดังนั้นการใช้ Elliott Wave + Fibonacci ในครั้งนี้ถือว่าทำกำไรได้ โดยจุดเข้าเทรดสามารถเข้าเทรดในระดับสำคัญต่างๆ (61.8%, 38.2% และ 23.6%) ของ Fibonacci ครับ
  • ส่วน SL ก็ตั้งที่ใต้ระดับคลื่นลูกที่ 1 ได้เลยครับเพราะถ้าเกิดราคาทะลุจุดนี้แสดงว่า ไม่ใช่ Elliott Wave แล้วครับ ต้องหาคลื่นใหม่

ตัวอย่างที่ 2

คลื่นปรับฐานหรือ Corrective Wave
อย่างที่กล่าวไปว่าคลื่นปรับฐานหรือ Corrective Wave สามารถเคลื่อนและสร้างรูปแบบได้มากถึง 21 รูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือการเคลื่อนที่แบบ Sideway ซึ่งเทรดเดอร์บางคนอาจไม่คุ้นชินเพราะเคยเห็นแค่แบบพักย่อตัวลงมา
  • ตัวอย่างต่อมาจะเห็นว่าราคาสร้างรูปแบบตามทฤษฎี Elliott Wave เหมือนเคยแต่มีจุดสังเกตให้เทรดเดอร์ได้ตกใจเกิดขึ้นคือ ราคามีการวิ่งแบบ Sideway เพราะมันคือช่วงของ Corrective Wave ที่กล่าวไปนั่นเองครับ
  • เจอแบบนี้เทรดเดอร์หลายคนที่ยังไม่ชำนาญอาจจตกใจได้ครับว่า ไม่ตรงกับที่เงื่อนไขวางไว้เพราะในทฤษฎีไม่ได้กล่าวถึง Sideway เลย
  • แต่ไม่ต้องตกใจครับตราบใดที่ราคาคลื่นลูกที่ 2 ไม่ได้หลุดทะลุลงไปจากจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกที่ 1 ก็ยังถือว่า Elliott Wave ยังใช้ได้
  • เมื่อเงื่อนไขยังอยู่ครบก็แสดงว่าคลื่นต่อไปเราก็สามารถเข้าตามแรงคลื่นที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้าได้และผลลัพธ์ก็เป็นเช่นนั้นคือ ราคาพุ่งขึ้นไปเป็นกำไร
  • จุด SL ถ้าเอาแบบชัวร์ๆ เลยก็ตั้งไว้ที่ระดับล่างของคลื่นที่ 1 ได้ครับ เพราะถ้าหลุดระดับนี้คือมีโอกาสที่จะไต่มาจุดเดิมยากแล้วครับ

ข้อดี-ข้อจำกัดของทฤษฎี Elliott Wave

การใช้ทฤษฎี Elliott Wave ในการเทรด Forex มีทั้งของดีและข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ Forex ต้องตระหนักไว้ ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ

ข้อดี

  • Elliott Wave เป็นรูปแบบราคาแบบคลื่นที่เทรดเดอร์สามารถมองและวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับคาดการณ์ราคาได้อย่างมีหลักการเพราะเรารู้แล้วว่าหากราคาเป็นไปตามเงื่อนไขของ Elliott Wave ก็จะเคลื่อนที่ตามทฤษฎีสูงมาก
  • Elliott Wave สามารถใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นๆ เพื่อยืนยันแนวโน้นได้ เช่น Fibonacci หรือ MACD ก็ได้ครับ โดยเรานับคลื่นของ MACD เหมือนกันได้เลย รวมถึงใช้ RSI สำหรับดูคลื่นว่า Overbought และ Oversold
  • รูปแบบของ Elliott Wave เทรดเดอร์สามารถเอาไปใช้วิเคราะห์ได้กับทุกกรอบเวลาของ Forex เลยครับ แต่แนะนำว่ากรอบสั้นๆ จะดีกว่าเช่น 1H เพราะกว่าจะเกิดลูกคลื่นแต่ละลูกต้องใช้เวลาพอสมควร
  • Elliott Wave สะท้อนถึงจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาด ทำให้เทรดเดอร์เข้าใจพฤติกรรมตลาดและสามารถตัดสินใจเทรดได้อย่างมีเหตุผล
ข้อดีและประโยชน์ของ Elliott Wave
ข้อดีและประโยชน์ของ Elliott Wave มีหลายอย่าง เช่น เทรดเดอร์หากจดจำรูปแบบคลื่นได้ก็สามารถวิเคราะห์ทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ รวมถึงใช้ Elliott Wave กับอินดิเคเตอร์อื่นๆ ก็เป็นการยืนยันทิศทางไปในตัว

ข้อจำกัด

  • การนับคลื่นอาจมีความแตกต่างกันไป ซึ่งเทรดเดอร์บางคนก็อาจจะนับคลื่นไม่ตรงกันจึงอาจจะเกิดความผิดพลาดได้บ้าง เช่น ดังตัวอย่างที่ 2 ที่เกิด sideway เทรดเดอร์บางคนอาจจะนับคลื่นไม่ถูกและเทรดผิดทางได้
  • การใช้ Elliott Wave เพียงอย่างเดียวก็ถือว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ดีเพราะไม่มีทฤษฎีหรือระบบเทรดไหนที่การันตีกำไรได้ 100% ดังนั้นเราควรใช้หลักการ Elliott Wave ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นๆ
  • ตลาดที่มีความผันผวนสูงอาจทำให้รูปแบบ Elliott Wave ไม่ชัดเจน เทรดเดอร์ที่ไม่มั่นใจก็ไม่ควรยึดติดกับทฤษฎีนี้ โดยอาจจะรอให้ตลาดมีแนวโน้มชัดเจนก่อนดีกว่า
ข้อจำกัดของทฤษฎี Elliott Wave
Elliott Wave เป็นเพียงแนวคิดและทฤษฎี ยังไม่ใช่ระบบเทรดแบบเต็มตัว ดังนั้นมันจึงไม่สามารถระบุการเข้าออกที่ชัดเจนได้ ทำให้บางเทรดเดอร์แต่ละคนอาจจะมองคลื่นไม่เหมือนกัน รวมถึงต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงเทคนิคเข้ามาช่วยอีกทาง

วิดีโอเกี่ยวกับ Elliott Wave

หลักการของ Elliott Wave เครดิต By Tom Crown Focus นาทีที่ 00:23-04:45

เผื่อว่าผู้อ่านอยากเห็นภาพที่ชัดเจนและเคลื่อนไหวได้ทีมงานก็เลยไปหาวิดีโอเกี่ยวกับ Elliott Wave มาครับ โดยเนื้อหาจะอธิบายเหมือนกับในบทความของเราเลยครับ ผู้อ่านสามารถเลือกช่วงเวลาของเนื้อหาที่ต้องการตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้เลย

  • Focus นาทีที่ 00:23 อธิบาย คลื่นกระตุ้นและคลื่นปรับฐาน
  • Focus นาทีที่ 01:00 รูปแบบ 5 คลื่นและ A, B, C
  • Focus นาทีที่ 02:07 กฎและเงื่อนไขของ Elliott Wave
  • Focus นาทีที่ 03:10 การใช้ อัตราส่วน Fibonacci กับโครงสร้าง Elliott Wave

สรุป

แม้ว่าทฤษฎี Elliott Wave มันเป็นเพียงแนวคิดและองค์ประกอบเพียงแค่ให้รู้ว่าราคาจะเกิดการเคลื่อนในรูปแบบซ้ำๆ อย่างไร ซึ่งอย่างที่บอกไปว่ามันยังไม่ใช่ระบบเทรดที่ระบุจุดเข้าออกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เทรดเดอร์สามารถใช้ทฤษฎีนี้ไปประกอบกับการใช้อินดิเคเตอร์และการวิเคราะห์แบบอื่นๆ เพื่อหาโอกาสเข้าเทรดได้

สิ่งที่สำคัญคืออย่ายึดติดเพียงแค่หลักการเดียวเพราะการเทรด Forex ต้องอาศัยความรอบคอบของการวิเคราะห์ให้มากที่สุด หากรู้ตัวว่ายังไม่ชำนาญในการอ่านหรือแกะกราฟ Elliott Wave ได้ ยังมีกลยุทธ์และเทคนิคการเทรดอีกเยอะมากที่ Forexthai พร้อมจะแนะนำครับ

อ้างอิง

ทีมงาน: forexthai.in.th

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ