⚠ ไม่แนะนำโบรกเกอร์นี้ไม่แนะนำ — เนื่องจากมีระดับความน่าเชื่อถือต่ำและมีประวัติข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน
3.62
คะแนนรวม (จาก 10 คะแนน)
 
Credibility Icon
ความน่าเชื่อถือ
3.39
Service Fee Icon
ค่าบริการ
9.26
Deposit and Withdrawal Icon
การฝากถอน
9.77
Trading Quality Icon
คุณภาพการบริการ
6.54
Trading Experience Icon
ประสบการณ์การเทรด
7.74
Ease of use Icon
ความง่ายในการใช้งาน
8.00
รีวิวโบรกเกอร์ Lirunex

การเลือกโบรกเกอร์สำหรับเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ชื่อเสียงหรือความสวยงามของเว็บไซต์ แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยควบคู่กัน ทั้งค่าธรรมเนียม ความเร็วในการส่งคำสั่ง ความยืดหยุ่นในการใช้งาน และที่สำคัญ ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม Lirunex ถึงเริ่มเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มเทรดเดอร์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มองหาความ “คุ้มค่า” มากกว่า “ความหรูหรา” งั้นเรามาเจาะลึกทีละจุดเด่นที่ทำให้ Lirunex น่าใช้งานกันครับ 

ข้อมูลสำคัญของ Lirunex

  • ก่อตั้ง: ปี 2009
  • ใบอนุญาต: FCA,SCB,FSCmauritius
  • ฝากถอนธนาคารไทย: ได้
  • ฝากถอนผ่านคริปโต: ได้
  • ค่าธรรมเนียมฝากถอน: ค่าธรรมเนียม 10 USD สำหรับคำขอถอนที่ต่ำกว่า 50 USD
  • Copy Trading: มี
  • ฝากขั้นต่ำ: 1,800 บาท
  • ถอนขั้นต่ำ: 30 USD
  • Leverage สูงสุด: 1:1,000
  • Spread+ค่าคอม EUR/USD: 9.5 USD/Lot
  • Spread+ค่าคอม XAUUSD: 19.01 USD/Lot

เปิดบัญชี Lirunex ฟรี

เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม

ขั้นตอนสมัคร เปิดบัญชี ฝาก-ถอน

จุดเด่นที่ทำให้ Lirunex น่าใช้งาน

1. บัญชี Prime ที่ออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนการเทรด

บัญชี Prime ของ Lirunex คือจุดขายที่แข็งที่สุดของโบรกเกอร์นี้ เพราะถูกออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์สายจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น Scalper, Day Trader, หรือสายรัน EA แบบความถี่สูง จุดเด่นของบัญชีนี้คือ

  • Spread เริ่มต้นที่ 0.0 pip ในคู่เงินหลัก (เช่น EUR/USD, USD/JPY)
  • ค่าคอมมิชชั่นเพียง $8 ต่อรอบ (Round Turn) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโบรกเกอร์ Tier 1 หลายเจ้า
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เช่น ค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินหรือค่าธรรมเนียมบัญชีที่ไม่ได้ใช้งาน

ในแง่ของต้นทุนการเทรด บัญชี Prime ของ Lirunex ช่วยให้คุณ “ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ” ยิ่งถ้าคุณคือคนที่เทรดด้วยปริมาณมาก หรือต้องการผลลัพธ์แบบคงที่ทุกล็อต บัญชีนี้ตอบโจทย์อย่างมาก

2. มีบัญชี Cent สำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากสัมผัสตลาดจริง

แม้จะมีบัญชี Prime สำหรับมือโปร แต่ Lirunex ก็ไม่ลืมกลุ่มเทรดเดอร์มือใหม่ เพราะยังเปิดให้บริการบัญชี Cent ซึ่งเหมาะสำหรับ

  • คนที่มีทุนน้อย เช่น นักเรียน หรือนักลงทุนมือใหม่
  • ผู้ที่ต้องการ “ฝึกใช้ระบบเทรดจริง” โดยไม่ต้องเสี่ยงเงินเยอะ
  • การทดสอบ EA หรือกลยุทธ์ในสภาพตลาดจริง

ด้วยเงินเพียง $25 ก็สามารถเริ่มต้นเทรดได้ทันที โดยระบบจะคูณยอดเงินเป็น Cent (เช่น ฝาก $50 จะเห็นในบัญชีเป็น 5,000 Cent) ซึ่งทำให้สามารถบริหารหน้าตักได้แม่นยำและปลอดภัยกว่าการใช้บัญชี Standard ปกติ

3. รองรับบัญชี Islamic แบบ “Swap-Free” แท้จริง

นี่คือจุดที่หลายโบรกเกอร์มักจะทำแบบ “กึ่งๆ” คือใช้ระบบ Refund Swap แทนการตัดออกจริง แต่สำหรับ Lirunex นั้น…

บัญชี Islamic Standard และ Prime แบบ Free Swap ของ Lirunex
รูปที่ 1 ใครอยากเทรดแบบ Free Swap จำเป็นต้องเปิดบัญชีประเภทอิสลามครับ
  • มีบัญชี Islamic แบบ Swap-Free แท้ โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ยข้ามคืน และไม่มีค่าธรรมเนียมทดแทน
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการถือออเดอร์ระยะยาว โดยไม่อยากเสียค่า Swap
  • เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่นับถือศาสนาอิสลามหรือสาย Carry Trade

คุณสามารถขอเปิดบัญชี Islamic ได้หลังจากยืนยันตัวตนเรียบร้อย และผ่านการอนุมัติจากทีมงาน โดยไม่ต้องแสดงเอกสารศาสนาเหมือนโบรกเกอร์บางแห่ง

4. ระบบฝาก-ถอนที่สะดวก และยืดหยุ่นกับคนไทย

Lirunex ถือว่าทำระบบฝากถอนออกมาได้ค่อนข้างเป็นมิตรกับคนไทย และไม่ต้องพึ่งคริปโตหรือช่องทางซับซ้อนแบบโบรกต่างประเทศรายอื่น ๆ

  • รองรับ การฝาก-ถอนผ่านธนาคารไทยโดยตรง และ QR Code
  • ใช้เวลาเฉลี่ย ไม่เกิน 3 ชั่วโมงในวันทำการ
  • มีระบบฝากถอนผ่าน USDT / USDC (TRC20, ERC20) สำหรับสายคริปโต
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก และถอนฟรีกรณีถอนมากกว่า $200 ผ่าน TRC20

ระบบนี้เหมาะมากสำหรับเทรดเดอร์ที่ “ต้องการควบคุมกระแสเงินสด” และไม่อยากรอถอนนานข้ามวันหรือโดนค่าธรรมเนียมแอบแฝง

5. รองรับการใช้งานภาษาไทยเต็มรูปแบบ

การมีทีม Support ภาษาไทยอาจดูไม่สำคัญนักสำหรับมือโปรที่อ่านภาษาอังกฤษคล่อง แต่สำหรับคนที่ยังใหม่กับตลาด Forex สิ่งนี้คือ “ความอุ่นใจ” ที่จับต้องได้

  • Lirunex มีทีมงานไทยให้บริการจริง ผ่านช่องทาง LINE, Live Chat และ Email
  • เอกสารสำคัญและขั้นตอนการสมัครมีเป็นภาษาไทยทั้งหมด
  • มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าไทยโดยเฉพาะ เช่น โบนัสฝากเงิน 30% สูงสุด $600

“คุณไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษ ก็สามารถใช้ Lirunex ได้ครบทุกฟังก์ชัน”

6. ระบบ CopyTrade ใช้งานง่าย และเปิดใช้ได้ทันที

Lirunex มีระบบ CopyTrade ที่ให้คุณสามารถคัดลอกกลยุทธ์ของเทรดเดอร์มืออาชีพได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องติดตั้งระบบเพิ่มเติม

  • มีนักเทรดให้เลือก Copy มากกว่า 700+ ราย
  • เปิดใช้งานได้ทันทีหลังยืนยันตัวตน
  • เชื่อมต่อกับบัญชี Prime หรือ Standard ได้ทันที
  • มีหน้าจอ Dashboard แสดงผลย้อนหลังของแต่ละผู้ให้บริการ

แม้หน้าจอการใช้งานอาจไม่ลื่นไหลเท่าระบบ Copytrade ของโบรกใหญ่บางเจ้า แต่ความสามารถโดยรวมก็ถือว่า “เพียงพอ” และตอบโจทย์เทรดเดอร์ที่ต้องการเริ่มต้นกับระบบนี้แบบง่ายๆ

รีวิวระบบ Copy Trade ของ Lirunex ผ่านแอปมือถือ
ปที่ 2 ทาง Lirunex มีบริการ Copy trade เหมือนกัน แต่เน้นการใช้งานใน App มือถือเป็นหลัก ซึ่งยังไม่ค่อยเสถียรเท่าที่ควร

ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องวิเคราะห์ก่อนเลือกโบรกเกอร์คือ “ประเภทบัญชีที่เปิดให้บริการ” เพราะไม่ใช่ทุกบัญชีจะเหมาะกับทุกสไตล์การเทรด และที่สำคัญคือเรื่องของ ค่าธรรมเนียมแฝง ที่หลายคนมักมองข้าม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการเทรดสูงโดยไม่รู้ตัว

ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด

โบรกเกอร์ Lirunex มีบัญชีหลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับเทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักลงทุนมือโปร โดยสามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

บัญชีสำหรับผู้เริ่มต้น Standard และ Cent

  • ทั้งสองบัญชีเป็นแบบ Zero Commission คือไม่คิดค่าคอมแยกต่างหากจาก Spread
  • บัญชี Cent จะเปลี่ยนยอดเงินจริงเป็น Cent (เช่น ฝาก $50 จะกลายเป็น 5,000 Cent) ทำให้สามารถเปิดออเดอร์ด้วยจำนวนล็อตที่เล็กมาก
  • เหมาะกับผู้ที่อยากฝึกกลยุทธ์จริงโดยไม่ต้องเสี่ยงทุนสูง
ประเภทบัญชีเงินฝากขั้นต่ำSpreadค่าคอมมิชชั่นเหมาะกับใคร
Standard$25เริ่มที่ 1.5 pipไม่มีมือใหม่ทั่วไป
Cent$25เริ่มที่ 1.8 pipไม่มีผู้เริ่มต้นที่มีทุนน้อย

 

ตารางเปรียบเทียบประเภทบัญชีของ Lirunex
รูปที่ 3 ประเภทบัญชีทั้ง 4 ประเภทของ Lirunex มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เลือกให้เหมาะกับสไตล์และต้นทุนของตัวเองได้เลยครับ

บัญชีสำหรับเทรดเดอร์จริงจัง Prime และ PRO

  • ทั้ง Prime และ PRO เป็น บัญชีแบบ Raw Spread โดย Spread ต่ำมากหรือถึง 0.0 pip
  • มีการคิดค่าคอมมิชชั่นแยกต่างหาก แต่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานตลาด (โดยเฉพาะบัญชี PRO)
  • เหมาะกับการเทรดในเชิงกลยุทธ์ เช่น News Trading, Scalping, หรือการใช้ Robot ที่มีความแม่นยำสูง
  • PRO ต้องใช้ทุนสูง แต่ให้ต้นทุนต่อการเทรดต่ำที่สุด (เหมาะกับมืออาชีพ)
ประเภทบัญชีเงินฝากขั้นต่ำSpreadค่าคอมมิชชั่นเหมาะกับใคร
Prime$100เริ่มที่ 0.0 pip$8 / 1 ล็อตสาย Scalping, EA
PRO$10,000เริ่มที่ 0.0 pip$4 / 1 ล็อตเทรดเดอร์มือโปร, HFT

 

บัญชีพิเศษ Islamic Standard / Islamic Prime

สำหรับผู้ที่ต้องการบัญชีแบบ Swap-Free (ไม่มีดอกเบี้ยข้ามคืน) Lirunex มีบัญชีเวอร์ชัน Islamic ทั้ง Standard และ Prime ให้เลือก ซึ่งคุณสมบัติเหมือนกับบัญชีปกติทุกประการ ยกเว้น

  • ไม่มีการคิด Swap แม้ถือออเดอร์ข้ามคืนหลายวัน
  • ไม่คิดค่าธรรมเนียมแฝงทดแทนดอกเบี้ย (ซึ่งบางโบรกเรียกเก็บ)
  • ต้องแจ้งขอใช้งานหลังเปิดบัญชี และรออนุมัติจากทีมซัพพอร์ต

 

Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน

Leverage (เลเวอเรจ) คือ เครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ได้ “ใหญ่กว่าทุนจริง” ที่ถืออยู่ โดยโบรกเกอร์จะเป็นผู้ให้ยืมวงเงินส่วนต่างนั้น ซึ่งในมุมหนึ่งถือเป็น “ดาบสองคม” เพราะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงขาดทุนเช่นกัน

สำหรับ Lirunex แล้ว ระบบ Leverage ของที่นี่มีจุดเด่นในเรื่อง “ความยืดหยุ่นสูง” โดยเฉพาะกับลูกค้าทั่วไปที่เทรดภายใต้ใบอนุญาต LFSA (มาเลเซีย) ซึ่งอนุญาตให้ใช้เลเวอเรจได้สูงกว่าโบรกเกอร์ฝั่งยุโรป

เลเวอเรจสูงสุดที่ให้บริการ

  • สูงสุด 1:2000 (เฉพาะบัญชีภายใต้ LFSA เท่านั้น)
  • ลูกค้าไทยส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้ LFSA ซึ่งหมายความว่า:

คุณสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุดถึง 2,000 เท่าของเงินในบัญชี ยกตัวอย่างเช่น

  • หากมีทุน $100 --> สามารถเปิดออเดอร์ได้มากถึง $200,000 (ในเชิงทฤษฎี)
  • เหมาะกับกลยุทธ์แบบ Scalping หรือสาย EA ที่ต้องการเปิดออเดอร์ถี่

การปรับลดเลเวอเรจช่วงตลาดปิด

Lirunex มีนโยบายพิเศษในการ ลดเลเวอเรจแบบชั่วคราวในช่วงใกล้ตลาดปิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นช่วงเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งมีผลดังนี้

  • ทุกวันศุกร์ เวลา 22.00 GMT+2 เป็นต้นไป (ประมาณตี 4 ของวันเสาร์ตามเวลาไทย)
  • Leverage ทุกบัญชีจะถูกลดลงเหลือ 1:100 โดยอัตโนมัติ
  • เมื่อเปิดตลาดวันจันทร์  --> Leverage จะถูกปรับกลับเป็นค่าเดิม

จุดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ถือออเดอร์ข้ามสัปดาห์ เพราะ Margin ที่ใช้จะเพิ่มขึ้นทันที หากไม่เตรียมเงินให้พอ อาจโดน Stop Out ได้โดยไม่รู้ตัว

เงื่อนไข Spread และ Slippage

Spread และ Slippage คือสองปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อกำไร-ขาดทุนของเทรดเดอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้น Scalping หรือการเข้าออกบ่อยในระยะสั้น แม้ต่างกันคนละฟังก์ชัน แต่ทั้งคู่มีจุดร่วมสำคัญคือ “เป็นต้นทุนที่เลี่ยงไม่ได้” ในการเทรดทุกครั้ง

กราฟเปรียบเทียบต้นทุนการเทรดของ Lirunex แต่ละบัญชี
รูปที่ 4 แสดงการเปรียบเทียบต้นทุนการเทรดของ Lirunex ในแต่ละประเภทบัญชี

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจพื้นฐานสั้นๆ กันก่อน

  • Spread คือ ส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask (เปรียบง่ายๆ เหมือนค่าบริการที่โบรกเกอร์คิดตอนคุณเปิดออเดอร์)
  • Slippage คือ ความคลาดเคลื่อนของราคาตอนส่งคำสั่งซื้อขาย (เช่น ตั้งซื้อที่ 1.1000 แต่ระบบส่งจริงที่ 1.1003)

สภาพรวม Spread ของ Lirunex (โดยบัญชี)

จากการทดสอบจริงในช่วงตลาด Active (London และ New York session) พบว่า:

ประเภทบัญชีคู่ EUR/USDคู่ XAU/USD (ทอง)คู่ GBP/JPY
Standard1.5 – 2.0 pip25 – 40 pip3.0 – 4.0 pip
Prime0.0 – 0.5 pip8 – 15 pip0.8 – 1.5 pip
PRO0.0 – 0.3 pip5 – 10 pip0.5 – 1.0 pip

 

  • บัญชี Standard มี Spread “ระดับกลาง” ไม่ถูกไม่แพง
  • บัญชี Prime/PRO มี Spread ที่ ต่ำมาก เมื่อเทียบกับโบรกระดับเดียวกัน
  • โดยเฉพาะทอง (XAU/USD) ที่ Lirunex ทำได้ดีกว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาด
  • สำหรับ Scalper หรือ EA ที่เน้นความแม่นยำ จุดนี้คือข้อได้เปรียบ

Slippage ของ Lirunex: อยู่ในระดับ “โอเค”

จากการเทรดจริงในช่วงข่าวแรงและช่วงตลาดนิ่ง พบข้อมูลที่น่าสนใจ

  • ช่วงตลาดปกติ (Non-news): Slippage อยู่ที่ 0.0 – 0.2 pip โดยเฉลี่ย (เกือบไม่รู้สึก)
  • ช่วงข่าวแรง (เช่น FOMC, NFP): Slippage เฉลี่ย 0.5 – 1.2 pip (น้อยกว่าหลายโบรก)
  • ไม่มีอาการ “Requote” หรือ “Order Delay” ระหว่างส่งคำสั่ง (เหมาะกับ EA ที่ต้องการ Execution แม่นยำ)

Slippage ถือเป็น “เกณฑ์วัดคุณภาพเซิร์ฟเวอร์” และ Lirunex ทำออกมาได้ดีในระดับมาตรฐานสูง

ความเสถียรของ Spread ช่วงข่าว

หนึ่งในจุดแข็งของ Lirunex คือ “Spread ไม่ถ่างจนเกินไป” แม้ในช่วงที่ตลาดผันผวน เช่น

  • ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ (NFP, CPI, FOMC)
  • เปิดตลาดวันจันทร์ หรือปิดตลาดวันศุกร์

บัญชี Prime ยังสามารถรักษาระดับ Spread ให้ไม่หลุดจากช่วงปกติมากนัก (ไม่พุ่งจาก 0.3 pip ไปเป็น 5 pip เหมือนบางโบรก)

Swap และค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน

Swap คือ ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเมื่อคุณถือออเดอร์ข้ามคืน ซึ่งสะท้อนถึง “ต้นทุนของเงินทุน” ที่เกี่ยวข้องกับการเทรดคู่สกุลเงินหนึ่งๆ หรือสินค้าใดๆ โดยขึ้นอยู่กับ 

  • ความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน
  • ประเภทของคำสั่ง (Buy หรือ Sell)
  • จำนวนล็อตที่เปิด
  • ระยะเวลาการถือออเดอร์

สำหรับนักลงทุนที่เทรดโดย “ยึดเทรนด์เป็นหลัก” หรือใช้กลยุทธ์ถือระยะกลางถึงยาว เช่น Swing Trade หรือ Carry Trade ค่าสวอปจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจกลายเป็นทั้งกำไร “หรือ” ภาระต้นทุนก็ได้

กราฟเปรียบเทียบค่า Swap ของ Lirunex แต่ละบัญชี
รูปที่ 5 ค่า Swap แต่ละประเภทบัญชีในแต่ละสินทรัพย์

นโยบาย Swap ของ Lirunex

Lirunex ใช้นโยบาย Swap ตามมาตรฐานสากล โดยอ้างอิงจากตลาดกลาง ไม่คิดค่าเพิ่มหรือบิดเบือนราคาเอง มีรายละเอียดดังนี้

  • คำนวณ Swap ทุกวันเวลา 00:00 GMT+2
  • ทุกคืนวันพุธจะคิด Swap x3 เท่า เพื่อครอบคลุมวันหยุดสุดสัปดาห์
  • แสดง Swap อย่างชัดเจนใน MT4/MT5 โดยไม่ต้องคำนวณเอง
  • คุณสามารถตรวจสอบ Swap รายคู่ได้ใน Market Watch > Specification บน MT4

บัญชี Islamic Swap-Free: ทางเลือกสำหรับคนไม่อยากเสีย Swap

หากคุณต้องการเลี่ยงค่า Swap โดยไม่กระทบระบบเทรด Lirunex ก็มีบัญชี Islamic Swap-Free ที่ไม่คิด Swap เลยแม้จะถือข้ามคืนกี่วันก็ตาม

  • ใช้ได้กับบัญชี Standard และ Prime
  • เหมาะกับสายเทรดยาว / เทรดตามเทรนด์ / ถือทอง / สายเทรดคริปโต
  • ไม่คิดค่าธรรมเนียมทดแทน Swap แบบแอบแฝง (บางโบรกเรียกเป็น Admin Fee)

ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)

Execution Speed หรือ “ความเร็วในการเปิด-ปิดออเดอร์” เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์เทรดที่ต้องการ Precision สูง เพราะความล่าช้าแม้เพียงเสี้ยววินาที ก็อาจเปลี่ยนระดับกำไรเป็นขาดทุนได้เลย

โบรกเกอร์ที่ดีจึงไม่ใช่แค่มี Spread ต่ำ แต่ต้องมี เซิร์ฟเวอร์เร็ว เสถียร และอยู่ใกล้ศูนย์กลางการเงินโลก เพื่อให้คำสั่งซื้อขายของคุณ “ทะลุถึงตลาด” ได้เร็วที่สุด

สเปกของเซิร์ฟเวอร์ Lirunex

จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ Lirunex ใช้เซิร์ฟเวอร์หลักอยู่ที่

  • Equinix LD5, London --> ศูนย์รวมสภาพคล่องระดับโลก
  • ใช้ระบบ Market Execution 100% (ไม่มี Requote)
  • รองรับทั้ง MT4 และ MT5 พร้อม EA

Equinix LD5 คือศูนย์กลางเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ระดับโลก เช่น IC Markets, Pepperstone, Eightcap

ผลการทดสอบความเร็ว (Latency)

จากการทดลองใช้งานจริงในประเทศไทย (เชื่อมต่อบัญชีจริง) พบว่า

  • บัญชีทั่วไปถือว่าเร็วเพียงพอกับการเทรดทั่วไป
  • Prime และ PRO ให้ระดับความเร็วที่เทียบเท่าโบรกเกอร์ Tier 1
  • หากใช้ VPS (เฉพาะในยุโรป) จะได้ latency ระดับ “ต่ำกว่า 20 ms” --> เหมาะกับ EA ความถี่สูง
ประเภทบัญชีความเร็วเฉลี่ยในการเปิดออเดอร์ความเสถียร
Standard233 msดีมาก
Prime / PRO263 msดีเยี่ยม
VPS (เชื่อมตรง LD5)5 – 25 msระดับมืออาชีพ

 

ความเร็วการส่งคำสั่งเฉลี่ยของ Lirunex
รูปที่ 6 ความเร็วการส่งคำสั่งโดยเฉลี่ยนของแต่ละประเภทบัญชีเทรดของโบรกเกอร์ Lirunex

ระบบการฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม

การฝากถอนเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ซับซ้อน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่แสดงถึงความ “จริงใจ” และ “ความมั่นคง” ของโบรกเกอร์ โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย ที่ต้องการความสะดวกในการใช้สกุลเงินท้องถิ่น และไม่อยากปวดหัวกับค่าธรรมเนียมแฝง

Lirunex เข้าใจจุดนี้ดี จึงพัฒนาระบบฝากถอนให้ รองรับทั้งธนาคารไทย และคริปโต โดยมีทีมงานไทยคอยดูแลในทุกขั้นตอน

ช่องทางการฝากเงิน

ช่องทางรายละเอียดเวลาดำเนินการ
ธนาคารไทยรองรับทุกธนาคารหลัก + QR Code5 – 30 นาที
USDT / USDCรองรับ TRC20 และ ERC2010 – 30 นาที
บัตรเครดิต / Skrill / Netellerสำหรับลูกค้าต่างชาติอัตโนมัติ

 

  • ฝากขั้นต่ำ $25 สำหรับบัญชี Standard / Cent
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก ทุกช่องทาง
  • ต้องใช้บัญชีชื่อเดียวกันกับบัญชีเทรดเพื่อความปลอดภัย
  • การฝากผ่านคริปโตเหมาะกับคนที่อยากควบคุมเวลาเอง และทำธุรกรรมข้ามประเทศได้เร็ว

ช่องทางการถอนเงิน

ช่องทางเวลาที่ใช้ (เฉลี่ย)ค่าธรรมเนียม
ธนาคารไทย1 – 4 ชั่วโมง (ในวันทำการ)ไม่มี
USDT (TRC20)30 – 60 นาทีฟรี (ถ้าถอน $200 ขึ้นไป)
USDT (ERC20)1 – 2 ชั่วโมงมีค่าธรรมเนียมจากเครือข่าย

 

  • การถอนขั้นต่ำ: $25
  • ถอนผ่าน TRC20 แนะนำให้ถอนครั้งละ $200+ เพื่อให้ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ต้องยืนยันตัวตน (KYC) และบัญชีต้องผ่านการตรวจสอบก่อนทำธุรกรรม
ช่องทางการฝากเงินกับ Lirunex
รูปที่ 7 การฝากเงินถือว่าไวมาก แต่ขาถอนเงินอยู่ในขั้นกลางๆ ไม่ไวมากนัก

ระบบป้องกันความเสี่ยง (Risk Management)

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ไม่ใช่แค่เรื่องของการตั้ง Stop Loss หรือควบคุมจำนวนล็อตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “โครงสร้างบัญชี” และ “ระบบสนับสนุน” ที่โบรกเกอร์มีให้เทรดเดอร์ เพื่อให้สามารถควบคุมความเสียหายได้ในทุกสถานการณ์

  • Margin Call 100% --> ระบบจะเริ่มแจ้งเตือนเมื่อเงินในบัญชีคุณลดลงจนเหลือแค่พอค้ำประกัน
  • Stop Out 50% --> ระบบจะปิดออเดอร์อัตโนมัติเริ่มจากออเดอร์ที่ขาดทุนสูงสุด หาก Equity ต่ำกว่า 50% ของ Margin ที่ใช้

ความโปร่งใสและการควบคุมภายนอก (Regulation)

Lirunex มีใบอนุญาตจาก

  • CySEC (ไซปรัส) สำหรับลูกค้าในยุโรป
  • LFSA (มาเลเซีย) สำหรับลูกค้าทั่วโลก (รวมไทย)

จุดแข็งของการมี Regulation

  • แสดงถึงความตั้งใจจริงในการให้บริการอย่างโปร่งใส
  • มีการตรวจสอบเงินทุน (Segregated Accounts)
  • หากเกิดปัญหา มีช่องทางร้องเรียนตามกฎหมาย

แม้จะไม่ได้เป็นโบรก Tier 1 แต่การมีใบอนุญาตหลักจาก CySEC และ LFSA ก็เพียงพอสำหรับการทำธุรกรรมอย่างมั่นใจในระดับสากล

การใช้ VPS และ EA ใน Lirunex

Lirunex ไม่มีข้อจำกัดในการใช้ EA และไม่มีการปิดระบบแบบ Arbitrary เหมือนโบรกบางเจ้า

  • รองรับ EA ทุกประเภท ทั้ง Scalping, Martingale, Grid
  • ไม่มีการแบนหรือเตะออก หาก EA ใช้ทรัพยากรมาก
  • ใช้เซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ Equinix LD5  --> เหมาะกับการเชื่อม VPS ตรงเพื่อความเร็วสูง
  • ระบบนี้เหมาะกับคนที่วางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงผ่าน Algorithm โดยเฉพาะ

ระบบ Copytrade ของ Lirunex เป็นยังไง

Lirunex มีการโปรโมทว่า “รองรับระบบ Copytrade ผ่านแอปพลิเคชันของตนเอง” ซึ่งฟังดูน่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่ต้องการคัดลอกออเดอร์จากนักเทรดมืออาชีพโดยไม่ต้องเทรดเอง แต่จาก การทดลองใช้งานจริงและข้อมูลจากผู้ใช้ กลับพบปัญหาหลายด้านที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

ข้อเสียของ Lirunex ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน

  1. แอปพลิเคชันยังไม่สมบูรณ์
    • ไม่สามารถดูกราฟ, เปิดออเดอร์, หรือเลือกสินทรัพย์ได้
    • ปุ่มหลายจุดในแอปใช้งานไม่ได้ และล่าสุด Login เข้าไม่ได้ทั้งบัญชีจริงและ Demo
  2. ไม่มีระบบ Copytrade ที่ใช้งานได้จริง
    • แม้โปรโมทว่ามี Copytrade ในแอป แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้
    • ไม่มีข้อมูลนักเทรดให้เลือก ไม่มีการเชื่อมต่อหรือแสดงผลงาน
  3. ฝาก-ถอนเงินผ่านแอปไม่ได้
    • แม้มีเมนู แต่ไม่สามารถใช้งานจริง ต้องทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์เท่านั้น
  4. การควบคุมจากหน่วยงานหลักยังไม่แข็งแรง
    • แม้มีใบอนุญาต LFSA และ CySEC แต่ไม่มีหน่วยงาน Tier-1 อย่าง FCA หรือ ASIC
  5. ยังไม่มีชื่อเสียงในระดับโลก
    • เป็นโบรกเกอร์ที่ค่อนข้างใหม่ ยังไม่มีรีวิวมากหรือระบบสนับสนุนที่หลากหลายเท่าโบรกระดับท็อป

หากคุณต้องการโบรกเกอร์ที่ระบบทุกอย่าง “พร้อมใช้งานจริง” โดยเฉพาะฟีเจอร์ Copytrade หรือแอปที่เสถียร อาจต้องพิจารณาตัวเลือกอื่นก่อน

ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Lirunex น่าใช้งานไหม?

Lirunex เป็นโบรกเกอร์ที่มีจุดเด่นในเรื่องต้นทุนการเทรดต่ำและมีบัญชีให้เลือกหลากหลาย แต่หากมองให้ลึก จะพบว่ายังมีข้อจำกัดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการใช้งานผ่านแอปที่ยังไม่สมบูรณ์ ฟีเจอร์หลักหลายจุดยังไม่สามารถใช้งานได้จริง เช่น การดูกราฟ เปิดออเดอร์ หรือแม้แต่ระบบ Copytrade ที่ยังอยู่ในสภาพ “ใช้งานไม่ได้” ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าระบบอาจยังอยู่ในช่วงทดสอบมากกว่าพร้อมให้บริการจริง ดังนั้น ผู้ใช้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีและฝากเงินจริงเข้าไปในระบบนี้

แสดงข้อคิดเห็น ให้กำลังใจ

comments

สารบัญบทความ click เพื่อเลือกอ่าน !!

สารบัญบทความ