ข้อมูลสำคัญของ Fxprimus
- ก่อตั้ง: ปี 2009
- ใบอนุญาต: CySEC, FSCVanuatu
- ฝากถอนธนาคารไทย: ได้
- ฝากถอนผ่านคริปโต: ฝากได้ แต่ถอนไม่ได้
- Copy Trading: มี
- ฝากขั้นต่ำ: 15 USD
- ถอนขั้นต่ำ: 15 USD
- Leverage สูงสุด: ไม่มีข้อมูล
- Spread+ค่าคอม EUR/USD: 11.19 USD/Lot
- Spread+ค่าคอม XAUUSD: 33.02 USD/Lots
เปิดบัญชี Fxprimus ฟรี
เปิดบัญชีง่าย ใช้เวลาเพียง 5 นาที ไม่มีค่าธรรมเนียม
จุดเด่นที่ทำให้ Fxprimus น่าใช้งาน
โบรกเกอร์ Fxprimus ถือว่าเป็นเจ้าเก่าเกมพอสมควร ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2009 ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาด Forex มาไม่น้อย จุดเด่นที่ทำให้หลายคนยังเลือกใช้งานก็คือความ “บาลานซ์” ระหว่าง ความปลอดภัย–ความยืดหยุ่น–ค่าเทรด โดยเขาจะมีจุดเด่นที่น่าสนใจประมาณนี้
1) ความปลอดภัยและวินัยด้านกฎระเบียบที่พออุ่นใจได้
- จดตั้งแต่ปี 2009 อยู่มานาน พายุผ่านมาก็เยอะ ความนิ่งของแบรนด์ช่วยลดความเสี่ยงด้าน “โบรกหาย” ได้ระดับหนึ่ง (น้าชอบโบรกที่อยู่ยาว ๆ)
- ฝั่งยุโรปใช้เอนทิตี Primus Global Ltd ภายใต้ CySEC ใบอนุญาต 261/14 (โดเมน .eu), ส่วนอินเตอร์ใช้เอนทิตีวานูอาตู (VFSC) ซึ่งระบุบนเว็บไซต์หลัก ข้อมูลกำกับเปิดเผยในหน้า legal/contact ชัดพอสมควร
- มี FCA (UK) และ FSCA (South Africa) สำหรับเอนทิตีที่เกี่ยวข้องด้วย เป็นสัญญาณว่าบริษัทขยายโครงสร้างไปหลายเขต แต่เวลาจะลงเว็บจริง แนะนำล็อกข้อมูลกับหน้า regulator ล่าสุดอีกทีเพราะตัวเลขใบอนุญาตและสถานะอาจอัปเดตได้เสมอ
- ฝั่งปฏิบัติ เขาเน้น แยกเก็บเงินลูกค้า (segregated account) และมีการตรวจสอบภายใน–ภายนอกตามเอกสารในไฟล์ ช่วยให้สบายใจเรื่องการคุมความเสี่ยง
- ของบริษัทได้อีกชั้นหนึ่ง
อย่าเชื่อคำโฆษณาล้วน ๆ ให้ดู “การเปิดเผยข้อมูล + โครงสร้างใบอนุญาต” บนเว็บจริงทุกครั้ง ซึ่งของ FXPRIMUS ทำการบ้านไว้พอใช้ได้ในเชิงความโปร่งใสหน้าเว็บหลักครับ

2) ตัวเลือกบัญชี “ครบสามระดับ” ครอบคลุมมือใหม่ถึงมือโปร
- Classic: ฝากเริ่ม $15, ไม่มีคอมมิชชั่น, สเปรดเฉลี่ยราว 1.5 pips, เลเวอเรจ สูงสุด 1:1000, เปิดโพสิชันพร้อมกันได้ 300 เหมาะกับคนเริ่ม/ทุนเบา (และมี Negative Balance Protection)
- Pro: ฝากเริ่ม $500, สเปรดเริ่มต่ำกว่า (ประมาณ 0.3 pips), มีคอมฯ $8–$10, เลเวอเรจสูงสุด 1:500 (เอกสารบางชุดระบุ 1:1000 ช่วงลงเว็บจริงให้ยึดตัวเลขที่เราต้องการอ้างอิง)
- Zero: ฝากเริ่ม $1,000, สเปรด 0.0, คอมฯ $5, เหมาะกับสายเก็บค่าเทรดต่ำเป็นหลัก
รองรับ MT4/MT5 และยังมี cTrader ให้ด้วย (ถือว่าโบรกไม่ใหญ่แต่มี cTrader ถือว่าดี) โดย Classic ระบุชัดว่ารองรับทั้ง MT4/MT5/cTrader ในไฟล์บัญชี
3) ค่าธรรมเนียมและความเร็วคำสั่ง “พอแรงสำหรับสายจริงจัง”
- จากการทดสอบจริงที่บันทึกในไฟล์ของเรา
- Classic: เปิดออเดอร์เฉลี่ย ~290 ms, ปิดออเดอร์ ~296 ms
- Pro: เปิดออเดอร์ ~297 ms
ไม่มีเคสรีเจ็กต์/ดีเลย์ผิดปกติที่น่าหนักใจในรอบทดสอบนั้น ๆ ระดับความเร็วนี้ถือว่า “ทันใช้” สำหรับสเกลเปอร์/ข่าว ถ้าระบบเทรดของน้อง Optimize ดี ๆ จะไหลลื่นอยู่
สเปรด/คอมมิชชั่น สมเหตุผลกับพอร์ตเป้าหมาย: มือใหม่ไม่อยากจ่ายคอมมิชชั่นก็ไป Classic; มือโปรอยากค่าสเปรดบาง ๆ เลือก Pro/Zero แทน
4) ฝาก–ถอน “เป็นมิตรกับคนไทย” (แต่ระบบหน้าบ้านยังงง ๆ)
- ฝากไทย: โอน QR/Online Banking ได้ ขั้นต่ำ $15 ใช้งานง่าย เหมาะมากเวลาเริ่มพอร์ตเล็ก ๆ
- คริปโต: รับ USDT/USDC/BTC ขั้นต่ำ $15 (แต่ตอนถอน ระบบจะพาไปถอนเข้าธนาคารไทยผ่าน XPay ไม่พบเมนูถอนคริปโตในเคสทดสอบ)
- ประสบการณ์ถอนจริง (ตัวอย่างจากไฟล์ทดสอบของน้า): ขอถอน $95.04 ได้เงิน 3,133.25 บาท ภายในวันเดียว (ประมาณ 255 นาที) ส่วนต่างเรทฝาก–ถอน -2.45% ใครทำกำไรแล้วถอนเป็นบาท จะรับสภาพส่วนต่างตรงนี้ไว้ด้วยนะ
- หมายเหตุจากสนาม: ครั้งแรกฝากช้านิด เพราะแดชบอร์ดข้อมูลไม่ชัด ต้องอีเมลถามซัพพอร์ตโดยรวมใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง สำหรับเคสแรกเริ่ม (หลังจากนั้นมักเร็วขึ้น)
5) โบนัส/โปรโมชันมี “ของเล่น” ให้เลือก แต่เงื่อนไขต้องอ่าน
- มีทั้ง โบนัส 100% (สูงสุด $500) ที่ใช้เป็นมาร์จินได้ กับ โบนัส 30% (สูงสุด $1,500) และแคมเปญพิเศษ NFP สเปรดลด ช่วงข่าว (บางโปรใช้เป็นมาร์จินไม่ได้เพราะตั้ง Stop-out สูงขึ้น) เทรดเดอร์ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนกดรับทุกครั้งนะ
- ยังมีเวอร์ชัน 100% + Cashback สูงสุด $20,000 ที่ “ใช้เทรดเท่านั้น” ไม่ได้ช่วยมาร์จินโดยตรง เหมาะกับคนเทรดปริมาณเยอะต้องการคืนค่าธรรมเนียมเป็นหลัก

6) คอนเทนต์และเครื่องมือ “พอมีไว้ประคองมือใหม่”
- เว็บไซต์มี บทความพื้นฐาน และ เครื่องคิดเลขฟอเร็กซ์ ให้ใช้ (ไม่มี Autochartist, ไม่มี CapitaliseAI, ไม่มี TradingView ในตัว) ข้อนี้สะท้อนว่าเขาเน้น “เทรดดิ้งคอร์” มากกว่า “กิมมิคเครื่องมือ” ถ้าหลานต้องการสแกนเนอร์/ระบบออโต้ซับซ้อน อาจต้องพึ่งเครื่องมือภายนอกเพิ่ม
7) การเข้าถึงในไทย “ฝากถอนง่าย แต่ซัพพอร์ตไทยยังไม่นิ่ง”
- จุดที่น่าสังเกต: เอกสารชุดหนึ่งระบุว่า มี Live Chat ภาษาไทย, แต่อีกชุดบอกว่า ไม่มีซัพพอร์ตไทย ต้องอังกฤษล้วน น้าแนะนำว่าถ้าจะลงหน้าเว็บจริง ให้ตัดสินใจ “ยึดข้อเท็จจริงล่าสุด” จากรอบตรวจสอบปัจจุบันแล้วเขียนให้ชัดครับ (ส่วนตัวน้าเจอการตอบช้า/ไม่ครบในบางคำถาม)
- ฝั่งโซเชียลไทย ยังเล็ก: YouTube ไทยราว 14 ซับ, IG ไทย 64 ฟอล ตามข้อมูลที่เก็บมา ใครหวังคอมมูนิตี้ไทยใหญ่ ๆ อาจต้องเผื่อใจนิดนึง
สรุปแบบน้าฟันธงเฉพาะจุดเด่นให้เลย
- อยู่มานาน + โครงสร้างกำกับหลายเขต -> อุ่นใจขึ้นเรื่องความต่อเนื่องของแบรนด์
- บัญชีครบทุกระดับ + มี cTrader -> เลือกสไตล์ได้ยืดหยุ่น ตั้งแต่มือใหม่จนถึงสเปรด 0.0
- คำสั่งลื่น ความเร็ว ~290–297 ms -> เทรดจริงไม่สะดุดในรอบทดสอบ
- ฝาก–ถอนผ่านธนาคารไทยได้จริง (ตัวอย่างถอนเสร็จในวันเดียว) -> ชีวิตง่ายขึ้นเยอะสำหรับเทรดเดอร์ไทย
- มีโบนัสหลายแบบ -> คนชอบความคุ้มมีทางเลือก แต่ต้องอ่านเงื่อนไขละเอียด
ข้อมูลเชิงเทคนิคที่เทรดเดอร์ต้องรู้
อย่าหาว่าน้าสอนนะ… เวลาเลือกโบรกเกอร์ อย่ามองแค่ชื่อเสียงกับโบนัส เพราะจุดที่โหดจริง ๆ คือ โครงสร้างบัญชี + ค่าธรรมเนียม เพราะนี่แหละที่จะกินกำไรเราทีละนิดโดยไม่รู้ตัว
ประเภทบัญชีและค่าธรรมเนียมการเทรด
Fxprimus แบ่งบัญชีออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ ซึ่งน้าจะเล่าให้แบบภาษาคน เพื่อให้หลานเห็นว่าแต่ละบัญชีเหมาะกับใคร
- บัญชี Classic
- เงินฝากขั้นต่ำ: 15 ดอลลาร์ (ประมาณ 500 บาท) -> เหมาะกับมือใหม่อยากลองสนาม
- สเปรด: เริ่มต้นราว 1.5 pips
- คอมมิชชั่น: ไม่มี
- เลเวอเรจ: สูงสุด 1:1000
- จำนวนออเดอร์พร้อมกัน: 300
- แพลตฟอร์ม: MT4, MT5, cTrader
- ความเหมาะสม: มือใหม่ / คนทุนเบา / คนที่อยากลองระบบโดยไม่เจ็บตัวหนัก
- บัญชี Pro
- เงินฝากขั้นต่ำ: 500 ดอลลาร์
- สเปรด: บางกว่า Classic เริ่มประมาณ 0.3 pips
- คอมมิชชั่น: 8 ดอลลาร์ (MT5) หรือ 10 ดอลลาร์ (MT4) ต่อ lot
- เลเวอเรจ: สูงสุด 1:500 (บางแหล่งข้อมูลบอก 1:1000 ต้องยืนยันอีกที แต่โดยปกติ 1:500 คือมาตรฐาน)
- จำนวนออเดอร์พร้อมกัน: 300
- แพลตฟอร์ม: MT4, MT5
- ความเหมาะสม: เทรดเดอร์ระดับกลาง–เก๋า ที่เน้นค่าสเปรดบางและไม่ซีเรียสเรื่องจ่ายคอมมิชชั่น
- บัญชี Zero (MT4 เท่านั้น)
- เงินฝากขั้นต่ำ: 1,000 ดอลลาร์
- สเปรด: เริ่ม 0.0 pips
- คอมมิชชั่น: 5 ดอลลาร์ต่อ lot
- เลเวอเรจ: สูงสุด 1:500
- จำนวนออเดอร์พร้อมกัน: 300
- แพลตฟอร์ม: MT4
- ความเหมาะสม: มือโปรที่ต้องการ “ต้นทุนการเทรดต่ำที่สุด” เอาไว้สเกลปิ้ง/EA

ค่าธรรมเนียมที่ต้องจับตา
- สเปรด: Classic หนากว่า -> มือใหม่อาจไม่รู้สึกมาก แต่ถ้าหลานเทรดบ่อย ๆ มันกินกำไรเงียบ ๆ ได้เยอะ
- คอมมิชชั่น: Pro กับ Zero ต้องจ่าย แต่แลกกับสเปรดบางกว่า ถ้าหลานเทรดปริมาณเยอะ บัญชีแบบนี้คุ้มกว่า Classic เยอะ
- Swap (ค่าถือข้ามคืน): เช่น EURUSD long -8.1 / short 3.88, XAUUSD long -7.5095 / short -2.024 (ตัวเลขนี้เปลี่ยนได้ตามตลาด แต่แนวโน้มคือฝั่งถือทอง long เสียเยอะ)
- ส่วนต่างเรทฝาก–ถอน: จากการทดสอบจริงพบว่าอยู่ราว ๆ -2% ถึง -2.5% -> นี่ก็คือต้นทุนแอบแฝงที่หลานควรรู้
ข้อแนะนำของน้า
- ถ้ามือใหม่อยากลอง: Classic พอ เพราะฝากแค่ 15 ดอลลาร์ก็เข้าได้แล้ว
- ถ้าเริ่มจริงจัง: Pro น่าจะบาลานซ์สุด เพราะค่าสเปรดกับคอมฯ คุ้มกว่าความง่ายของ Classic
- ถ้าเอาแบบสายแข็ง เน้นต้นทุนต่ำสุด เทรดทีละเยอะ ๆ Zero คือคำตอบ
Leverage และเงื่อนไขการใช้งาน
เวลาได้ยินคำว่า Leverage หลายคนตาโต เพราะมันทำให้เงินเล็ก ๆ โตได้หลายเท่า แต่ในมุมคนเก่าเกมส์แบบน้า… เลเวอเรจเหมือน “ดาบสองคม” ใช้เป็นก็ดี ใช้พลาดก็ล้างพอร์ตได้ไวมาก
ระดับ Leverage ที่ Fxprimus มีให้
- Classic: สูงสุด 1:1000
- Pro: สูงสุด 1:500 (บางแหล่งข้อมูลบอก 1:1000 แต่โดยทั่วไปที่เจอคือ 1:500)
- Zero: สูงสุด 1:500
1:1000 นี่ถือว่าสูงสุดในตลาดที่นิยมใช้แล้วนะ หลานมีเงินแค่ 100 ดอลลาร์ ก็เหมือนคุมออเดอร์ได้เท่ากับ 100,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว
เงื่อนไขการใช้งาน Leverage
- ขึ้นกับบัญชี: บัญชี Classic ใจดีสุด ให้สูงถึง 1:1000 ส่วน Pro/Zero จะลดลงมาหน่อย
- เปลี่ยนได้ในระบบ: หลังจากเปิดบัญชีแล้ว หลานสามารถเข้าไปแก้ค่าเลเวอเรจเองได้ในแดชบอร์ด (ไม่ต้องติดอยู่กับค่า default)
- ผลกระทบต่อ margin call & stop out:
- ยิ่งเลเวอเรจสูง --> ใช้มาร์จินน้อยลง --> เปิดออเดอร์ได้เยอะขึ้น
- แต่ถ้าผิดทาง --> Equity ร่วงแรง --> โดน Stop-out ไวขึ้นเช่นกัน
- โบนัสที่มี Stop-out พิเศษ: อย่างโบนัส 30% ที่ stop-out 100% ถ้ารับโบนัสแบบนี้ก็จะทำให้เสี่ยง “หมดพอร์ต” เร็วขึ้นถ้าเทรดผิดทาง
มุมมองจากสนามจริง
- หลานที่เพิ่งเริ่ม ไม่จำเป็นต้องกด 1:1000 ทันทีนะ ใช้ประมาณ 1:100–1:200 ก็พอ ให้พอร์ตหายใจได้บ้าง
- เลเวอเรจสูงสุดเหมาะกับ สาย Scalping หรือคนทุนเล็กแต่ชอบยิงหลายออเดอร์
- ถ้าเป็นสาย Swing หรือถือยาว น้าแนะนำอย่าใช้สูงเกินไป เพราะแค่ข่าวแรง ๆ ทีเดียวก็อาจโดน Stop-out ได้เลย
เงื่อนไข Spread และ Slippage
เวลาเทรด Forex จริง ๆ ต้นทุนไม่ได้มีแค่คอมมิชชั่นนะ แต่ตัว Spread กับ Slippage นี่แหละที่กัดกำไรเราเงียบ ๆ จนบางคนงงว่าทำไมพอร์ตไม่โตซะที
Spread ของ Fxprimus
- Classic --> สเปรดเฉลี่ยราว 1.5 pips (เหมาะกับคนไม่อยากจ่ายคอมฯ แต่ต้องยอมรับสเปรดกว้างกว่า)
- Pro --> สเปรดเฉลี่ยบางลง เริ่ม 0.3 pips + คอมมิชชั่น ($8–10 ต่อ lot)
- Zero --> สเปรดเริ่ม 0.0 pips + คอมมิชชั่น $5 ต่อ lot
สรุปง่าย ๆ
- มือใหม่ --> Classic ต้นทุนชัดเจน ไม่คิดซับซ้อน
- มือโปร --> Pro หรือ Zero คุ้มกว่า เพราะรวม ๆ แล้วต้นทุนต่อไม้ต่ำกว่า
Slippage ที่เจอในการทดสอบจริง
- จากการเทสที่บันทึกไว้: ไม่เจอออเดอร์รีเจ็กต์ และไม่มีดีเลย์แปลก ๆ
- ความเร็วส่งคำสั่งเฉลี่ย ~290–297 ms ถือว่าดีสำหรับโบรกระดับกลาง ๆ
- ช่วงที่ตลาดแรง (อย่าง NFP) แน่นอนว่ามีสลิปบ้าง แต่ไม่ได้หลุดโลกเท่าบางโบรก อันนี้น้าพูดจากประสบการณ์ตรง
มุมมองของน้า (คนผ่านสนามมาแล้ว)
- Scalper --> ควรเลือกบัญชี Pro หรือ Zero เพราะสเปรดกับ slippage จะกระทบน้อยกว่า
- Swing trader --> Spread ไม่ได้เป็นปัญหามาก เพราะถือยาวอยู่แล้ว แต่ต้องดู Swap ด้วย (หัวข้อต่อไป)
- ข่าวแรง ๆ --> เตรียมใจสลิปได้เสมอ แต่จากที่ลอง Fxprimus ไม่ได้หนักจนถึงขั้น “เล่นข่าวไม่ได้”
ค่าธรรมเนียมถือออเดอร์ข้ามคืน (Swap)
- คู่เงินหลัก (เช่น EUR/USD, GBP/USD) --> ส่วนใหญ่ถือ Long แล้ว เสีย Swap มากกว่า ถือ Short จะได้เปรียบหน่อย (บางครั้งได้ค่าบวก)
- ทองคำ (XAU/USD) --> ทั้ง Long และ Short เสีย Swap ต่างกันที่ปริมาณ แต่โดยเฉพาะสาย Long โดนหนักพอสมควร
- ถ้าเทรดสั้นในวันเดียว ไม่โดน Swap ก็สบายใจได้ แต่ถ้าถือข้ามคืน–ข้ามสัปดาห์ ควรคำนวณต้นทุนเพิ่มเสมอ
มุมมองจากสนามจริง
- น้าเคยเจอน้องเทรดทองแบบถือยาว 1–2 เดือน ทั้งที่เดาถูกทาง แต่โดน Swap ตัดกำไรออกไปเป็นพันดอลลาร์ สุดท้ายแทบไม่เหลืออะไร… บอกเลยว่าตรงนี้อันตรายกว่าสเปรดอีก
- สำหรับคนที่อยากถือยาวจริง ๆ ให้ลองเช็กบัญชีที่มี Swap Free (แต่ Fxprimus ยังไม่ชูตรงนี้ชัดเจน) หรือไม่ก็ปรับสไตล์เป็นเทรดสั้นเพื่อลดผลกระทบ
น้าสรุปสั้นๆ ให้แบบนี้
- เทรดเดอร์รายวัน (Day trader/Scalper): แทบไม่กระทบ เพราะปิดในวันเดียว
- Swing trader/ถือยาว: ต้องระวัง Swap โดยเฉพาะทองคำที่ Long โดนเยอะ
- กลยุทธ์ที่ควรทำ: ก่อนเปิดออเดอร์ยาว ๆ ให้เช็ก Swap ของสินค้านั้นเสมอ ว่าเสียเท่าไร/ได้เท่าไร
ความเร็วในการส่งคำสั่ง (Execution Speed)
เวลาหลานกด Buy หรือ Sell จริง ๆ สิ่งที่โบรกทำคือ “ส่งคำสั่งเราไปที่เซิร์ฟเวอร์” แล้วเปิดโพสิชันให้ ถ้าช้าแม้แค่เสี้ยววินาที มันก็ทำให้จุดเข้าหลุดไปเยอะ โดยเฉพาะคนเล่นข่าวหรือสาย Scalping ที่จ้องเอากำไรไม่กี่จุด
ผลการทดสอบจริงจาก Fxprimus
- บัญชี Classic
- เปิดออเดอร์: ~290 ms
- ปิดออเดอร์: ~296 ms
- บัญชี Pro: เปิดออเดอร์: ~297 ms
- บัญชี Zero: ไม่ได้มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงในไฟล์ แต่คาดการณ์ว่าใกล้เคียง Pro เพราะใช้โครงสร้างเดียวกัน
หมายเหตุ: ในการทดสอบไม่เจอรีเจ็กต์ (order reject) หรือดีเลย์ผิดปกติ

มุมมองของน้า (คนเก๋าเกม)
- โบรกใหญ่ ๆ บางเจ้าความเร็วอาจได้ 100–150 ms แต่ก็แลกกับการที่ spread อาจหนากว่า
- Fxprimus ที่ ~290–297 ms ถือว่า “อยู่กลาง ๆ” ไม่ได้เร็วที่สุดในตลาด แต่ก็ดีพอสำหรับคนที่ไม่ใช่ Hardcore scalper
- ถ้าหลานจริงจังกับความเร็ว น้าแนะนำให้ใช้ VPS (ที่ใกล้ server ของโบรก) จะช่วยลด latency ได้อีกเยอะ
ระบบการฝาก-ถอนเงิน และค่าธรรมเนียม

เรื่องฝาก–ถอนนี่แหละคือหัวใจของการเลือกโบรกเกอร์ หลานต้องจำไว้นะ… เทรดกำไรได้เป็นหมื่นก็จริง แต่ถ้าถอนออกมาไม่ได้หรือช้าเป็นวัน ความหมายก็หายไปเกินครึ่ง
ช่องทางฝากเงินของ Fxprimus
- ใช้งานง่าย ไม่ต้องเฝ้ากราฟเอง
- มี Strategy Provider ให้เลือกเยอะ (เพราะคนใช้เยอะ)
- คัดลอกออเดอร์ได้แบบเรียลไทม์
- ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
ประสบการณ์จริงของน้า: ฝากครั้งแรกใช้เวลารอเกือบ 2 ชั่วโมง กว่าระบบจะยืนยันเงินเข้า ต้องแจ้งซัพพอร์ตช่วยตาม แต่รอบหลัง ๆ เร็วขึ้นมาก
ช่องทางถอนเงินของ Fxprimus
- ถอนเข้าธนาคารไทยโดยตรง ผ่านระบบ XPay (โอนเข้าบัญชีธนาคารเราเลย)
- Crypto --> ในการทดสอบเจอว่า “ไม่มีเมนูถอนคริปโต” สุดท้ายก็พาไปถอนเข้าธนาคารไทยอยู่ดี
- เวลาในการถอน: ตัวอย่างทดสอบ ถอน $95.04 --> ได้ 3,133.25 บาท ใช้เวลารวม ๆ ประมาณ 255 นาที (4 ชั่วโมงนิด ๆ) เงินเข้าบัญชีวันเดียวกัน
ค่าธรรมเนียม & ส่วนต่างเรท
- ค่าธรรมเนียมตรง ๆ: Fxprimus ไม่ได้หักค่าโอนเพิ่มจากฝั่งเขา แต่จะมี ส่วนต่างเรท เวลาฝาก–ถอน
- ตัวอย่างจริง: ส่วนต่างระหว่างฝากเข้าและถอนออกเจอ -2.45%
- แปลว่า หลานฝากไป 100 ดอลลาร์ แล้วถอนออกทันที (โดยไม่เทรดเลย) จะได้เงินกลับมาราว ๆ 97.5 ดอลลาร์ --> หายไปเพราะเรทต่าง
- สำหรับคนเทรดจริง ๆ อาจไม่ซีเรียสมาก แต่ถ้าเป็นสายถอนบ่อย ๆ ต้นทุนตรงนี้ต้องคิดเข้าไปด้วย
มุมมองของน้า (จากสนามจริง)
- ฝากง่าย สำหรับคนไทยเพราะรองรับ QR Code --> ตรงนี้คือจุดแข็ง
- ถอนเร็ว ภายในวันเดียว ถือว่าใช้ได้เมื่อเทียบกับโบรกกลาง ๆ ในตลาด
- ข้อเสียเล็กน้อย คือระบบหลังบ้านยังงง ๆ เช่น ต้องฝากก่อนถึงจะเห็นข้อมูลบัญชี และไม่มีถอนคริปโตตรง ๆ
- สำหรับมือใหม่ที่กังวลเรื่องถอนเงิน --> Fxprimus ผ่านทดสอบถอนจริงแล้ว “เงินเข้า” นะ ไม่ใช่โบรกหลอก
ข้อเสียของ Fxprimus ที่คุณควรรู้ก่อนใช้งาน
โบรกเกอร์ทุกเจ้ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีใครเพอร์เฟกต์หรอกนะหลาน Fxprimus ก็เหมือนกัน ถึงจะอยู่มานานและระบบโดยรวมใช้ได้ แต่จากประสบการณ์จริงของน้าและข้อมูลที่ตรวจสอบมา ก็มีหลายจุดที่ต้องระวังไว้ก่อนจะเปิดพอร์ต
1. ระบบหลังบ้านใช้งานงง ๆ
- เวลาเปิดบัญชี ต้องฝากเงินก่อน ถึงจะเห็นรายละเอียดบัญชีเต็ม ๆ --> มือใหม่งงกันเยอะ
- หน้าตาแดชบอร์ดไม่ค่อยชัดเจน โดยเฉพาะพวกเลขบัญชี MT5 หรือ server name หาเจอยาก ต้องถามซัพพอร์ต
- บางขั้นตอนเสียเวลามาก เช่น ฝากครั้งแรก รอเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะยืนยันเสร็จ
2. การสนับสนุนภาษาไทยยังไม่นิ่ง
- เอกสารบางชุดบอกว่ามี Live Chat ภาษาไทย แต่ประสบการณ์จริงที่น้าลองคือ ต้องคุยอังกฤษเป็นหลัก
- ไม่มี เพจไทยทางการ หรือ Community คนไทยใหญ่ ๆ --> ถ้าใครพึ่งพาซัพพอร์ตภาษาไทยหนัก ๆ อาจรู้สึกไม่สะดวก
3. ช่องทางถอนเงินจำกัด
- ถึงจะรองรับการฝากด้วยคริปโต แต่ตอนถอนกลับพาไปถอนเข้าธนาคารไทยผ่าน XPay อยู่ดี
- หมายความว่าคนที่อยากถอนเป็นคริปโตโดยตรง ทำไม่ได้ (ในเคสที่น้าลอง)
4. ค่าธรรมเนียมแฝงจากเรทฝาก–ถอน
- ถึงจะไม่มีค่าธรรมเนียมตรง ๆ แต่มี ส่วนต่างเรท (Spread Rate) ราว 2–2.5%
- ถ้าหลานเป็นสายถอนบ่อย ๆ ต้นทุนตรงนี้จะบวกขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว
5. รีวิวจากชุมชนค่อนข้างก้ำกึ่ง
- ใน Forex Peace Army ได้คะแนนแค่ ~2.8/5 จากรีวิวกว่า 150 คน --> ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดีมาก
- Trustpilot ดูดีขึ้น (~4.3/5) แต่จำนวนรีวิวยังน้อยเมื่อเทียบกับโบรกดัง ๆ อื่น
- ตรงนี้สะท้อนว่า ประสบการณ์ของลูกค้าไม่สม่ำเสมอ มีทั้งคนชอบและคนไม่ปลื้ม

6. ข้อมูลบางส่วนไม่โปร่งใสพอ
- เช่น ข้อมูล Margin Call/Stop-out level บนหน้าเว็บหายาก
- โบนัสบางตัวตั้ง Stop-out ไว้สูง (เช่น 100%) แต่ไม่ได้อธิบายชัดในหน้าหลัก --> มือใหม่อาจพลาดได้ง่าย
ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญว่า Fxprimus น่าใช้งานไหม?
ถ้าคุณถามน้าว่า Fxprimus น่าใช้งานไหม… น้าตอบเลยว่า “น่าใช้ แต่ต้องรู้ข้อจำกัดของมัน” จุดเด่นคืออยู่มานาน ฝากถอนผ่านธนาคารไทยง่าย มีบัญชีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมือโปรที่ต้องการสเปรด 0.0 แถมความเร็วการส่งคำสั่งก็อยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้
แต่ข้อเสียก็มี ทั้งระบบหลังบ้านที่ยังงง ๆ ค่าธรรมเนียมแฝงจากเรทฝากถอน และการซัพพอร์ตไทยที่ยังไม่ชัดเจน ถ้าหลานเป็นมือใหม่ที่หวังความง่าย อาจสะดุดอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นคนที่มีประสบการณ์แล้ว พร้อมจัดการความเสี่ยงเอง Fxprimus ก็เป็นอีกหนึ่งโบรกที่น่าเก็บไว้ในลิสต์เลยทีเดียว
ทีมงาน: forexthai.in.th




